เมื่อไม่นานมานี้ สื่อทางด้านเศรษฐกิจชื่อดัง Nikkei Asian Review ได้เผยแพร่บทความชิ้นหนึ่ง ซึ่งจั่วหัวได้น่าสนใจไม่น้อย

ส่วนหนึ่งของพาดหัวตัวโตๆ บนหน้าเว็บไซต์ระบุว่า “ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ Tesla แซงหน้า Volkswagen และ Toyota ไปถึง 6 ปี”

ทันทีที่อ่านจบ หลายคนอาจเกิดคำถามว่า เพราะเหตุใด Nikkei จึงพูดแบบนั้น ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ Tesla ที่ว่าล้ำนั้นมันล้ำแค่ไหน

และทำไมค่ายยักษ์ใหญ่ที่เกิดก่อน Tesla มาหลายสิบปีถึงกลายเป็นผู้ตามไปได้!?

Magcarzine.com ขอสรุปจากบทความของเว็บไซต์ดังจากญี่ปุ่น ให้ได้อ่านกันครับ…

 

 

เทคโนโลยีไฟฟ้าของ Tesla ล้ำมาก วิศวกรญี่ปุ่นยอมรับ “เรายังผลิตไม่ได้”

นอกจากระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแล้ว ระบบ Autopilot คืออีกจุดขายของ Tesla ระบบที่ว่านี้จะมีสมองกลทำหน้าที่ประมวลผลต่างๆ หรือที่พวกเขาเรียกว่า “Full Self-Driving computer”

Tesla ออกแบบ Full Self-Driving computer ด้วยตัวเอง โดยส่วนประกอบสำคัญของมันก็คือชิป AI ขนาดเล็ก2 ชิ้น ที่มีด้านยาวและกว้างเพียง 2.6 เซนติเมตร

ซึ่งจะทำหน้าที่ควบคุมระบบต่างๆ ของรถตั้งแต่ระบบความบันเทิงในห้องโดยสาร ไปจนถึงการสั่งการระบบไร้คนขับ

 

 

แล้ว Full Self-Driving computer สุดยอดอย่างไร!?

Nikkei ได้ทำการชำแหละรถ Tesla Model 3 และทำการตรวจสอบ โดยพบว่าชิป AI ที่ว่านี้ มีประสิทธิภาพในการประมวลผลที่ทรงพลังอย่างมาก แม้มันจะมีขนาดเล็กแต่ก็สามารถจัดการข้อมูลจำนวนมากๆ ได้

ตามรายงาน วิศวกรชาวญี่ปุ่นที่ชำแหละชิ้นส่วนนี้บอกว่า “มันเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถทำได้!!” และอาจต้องรอถึงปี 2025 ถึงจะสามารถผลิตชิปแบบ Tesla ได้

ซึ่งนั่นหมายความว่า หากค่ายรถอื่นๆ จะเริ่มพัฒนาชิปแบบ Tesla พวกเขาอาจต้องใช้เวลาถึง 6 ปีด้วยกัน (การชำแหละนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2019)

แต่อย่างไรก็ตามในมุมมองของ Nikkei อุปสรรค์ที่ทำให้ค่ายยักษ์ใหญ่ตาม Tesla ไม่ทัน กลับไม่ใช่ความเก่งของทีมพัฒนา…

 

Suppliers คือข้อจำกัด

รถยนต์รุ่นใหม่ๆ จะมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกว่า Electronic Control Unit หรือที่เราคุ้นหูกันว่า “กล่อง ECU”

กล่องที่ว่านี้จะทำหน้าที่เหมือนกับสมองกลของรถ คอยตรวจกับการทำงานต่างๆ ทั้งความผิดปรกติของเครื่องยนต์ ไปจนถึงควบคุมการจ่ายน้ำมัน

ยกตัวอย่างเช่น ไฟแจ้งเตือนที่เกี่ยวกับการทำงานของเครื่องยนต์ตรงหน้าปัด ก็มาจากกล่อง ECU นี้แหละ

ซึ่งคำถามต่อมาคือ.. แล้วกล่อง ECU เกี่ยวอะไรกับระบบประมวลผลของ Tesla??

 

 

เนื่องจากระบบประมวลผลของ Tesla มีประสิทธิภาพมาก มันจึงลดความซับซ้อนในการทำงานลง นั่นหมายความว่าอาจไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชิ้น เหมือนกับรถยนต์ค่ายอื่นๆ

การจะลดหรือเพิ่มจำนวนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับค่ายเล็กอย่าง Tesla ไม่ใช่ปัญหา เพราะพวกเขาทำระบบเอง และไม่ต้องพึ่ง Suppliers

แต่ในทางกลับกัน ค่ายใหญ่ที่มี Suppliers หลายเจ้าเข้ามาเอี่ยว การจะปรับระบบในทันทีก็อาจไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งยังต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ทางธุรกิจอีกด้วย

 

จากระบบขับเคลื่อนจนถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตอนนี้ดูเหมือนว่า Tesla พยายามจะปฏิวัติวงการยานยนต์ไปอีกขั้น และเชื่อแน่ว่าจะทำให้การแข่งขันในอนาคตดุเดือดขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน

แต่อย่างไรก็ตามยิ่งผู้ผลิตแข่งขันกันมากขึ้นแค่ไหน เทคโนโลยีต่างๆ ก็ยิ่งจะถูกพัฒนาขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นคนที่จะได้รับประโยชน์ก็คงจะหนีไม่พ้นผู้บริโภคอย่างเราเป็นแน่

คุณคิดว่าอย่างไรกันครับ….

 

ที่มาasia.nikkei

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!