ระหว่างการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีหลายมาตรการที่ถูกนำมาใช้ เพื่อความปลอดภัยและลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และหนึ่งในนั้นก็คือมาตรการล็อกดาวน์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก

ในมุมหนึ่งมาตรการดังกล่าวอาจช่วยให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงได้

แต่ในมุมของผู้ผลิตรถยนต์ มาตรการที่ว่านี้กำลังทำให้พวกเขาต้องปวดหัว

เช่น กรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นกับ Tesla เมื่อทางการไม่ยอมให้พวกเขากลับมาเปิดทำการได้ตามปรกติ จนถึงขั้นมีการฟ้องศาล ประกาศย้ายสำนักงานใหญ่กันเลยทีเดียว

 

เกิดอะไรขึ้นที่กับการขู่ย้ายโรงงานของ Tesla?? และหากเป็นเช่นนั้นจริงรัฐแคลิฟอร์เนียจะเสียหายมากแค่ไหน!?

MagCarZine.com สรุปประเด็นที่น่าสนใจมาฝากกันครับ…

 

สำนักงานใหญ่ Tesla ที่แคลิฟอร์เนีย

 

สรุปประเด็น Tesla ย้ายสำนักงาน

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา Elon Musk ได้โพสต์ข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ โดยระบุว่า Tesla ได้ยื่นฟ้องเขต Alameda County ของรัฐแคลิฟอร์เนีย

เนื่องจากเขาไม่พอใจคำสั่งกักตัวอยู่บ้านของเขต (Shelter-in-place)  ซึ่งทำให้พนักงานไม่สามารถกลับไปทำงานที่ออฟฟิศ หรือโรงงานได้

นอกจากนี้ยังตามมาด้วยข้อความที่บอกว่า Tesla จะย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่รัฐเนวาดา หรือเท็กซัสโดยเร็วที่สุด

ส่วนโรงงานในเขต Alameda County นั้นจะกลับมาเปิดทำการตามเดิมหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าในอนาคตรัฐแคลิฟอร์เนียดูแล Tesla ได้ดีแค่ไหน

 

 

Elon Musk ไม่เห็นด้วยกับมาตรการกักตัว นับตั้งแต่มีการประกาศใช้ และได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์มาตรการดังกล่าวหลายครั้ง ทั้งยังบอกว่านี่เป็นคำสั่งแบบเผด็จการอีกด้วย

ซึ่งการสั่งปิดยาวครั้งนี้ทำให้โรงงานของ Tesla ที่ Alameda County หยุดทำการนานเกือบ 50 วัน นับตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา

สิ่งที่เป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายจนทำให้ซีอีโอของ Tesla ออกมาทวิตเดือด เกิดจากที่ทางเขต Alameda ไม่ยอมผ่อนปรนมาตรการ และบอกว่าธุรกิจของทาง Tesla ไม่จำเป็นต้องกลับมาเปิดทำการ

ทั้งที่รัฐแคลิฟอร์เนีย และเขตอื่นๆ ข้างเคียงได้อนุญาตให้บางธุรกิจกลับมาดำเนินการได้

 

มาตรการกักตัวที่เข้มงวดในครั้งนี้ ต่างส่งผลกระทบต่อ Tesla อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การย้ายสำนักงานใหญ่ของพวกเขา ก็ส่งผลกระทบต่อรัฐแคลิฟอร์เนียด้วยเช่นเดียวกัน

 

มาตรการที่มีแต่เจ็บกับเจ็บ

หากจะบอกว่าทั้ง Tesla และรัฐแคลิฟอร์เนียเองก็ต่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันก็คงไม่แปลก เพราะค่ายรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดังรายนี้ก็ได้สิทธิประโยชน์จากภาษีทางด้านสิ่งแวดล้อมจากทางรัฐ

และในขณะเดียวกันทางรัฐเองก็ได้รายได้จากภาษี แถมยังทำให้เกิดการจ้างงานอีกหลายหมื่นตำแหน่งด้วย

แต่ในขณะนี้มาตรการกักตัวได้สร้างผลกระทบต่อทั้งคู่ ซึ่งสรุปให้เห็นภาพชัดๆ ได้ดังนี้ครับ

 

– Tesla คือผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่รายเดียวในแคลิฟอร์เนีย การตั้งโรงงานและสำนักงานใหญ่ที่นี่ทำให้เกิดการจ้างงานกว่า 30,000 ตำแหน่ง (โรงงาน 10,000 ตำแหน่ง/ สำนักงานใหญ่ 20,000 ตำแหน่ง)

 

– การปิดโรงงานที่ Fremont ทำให้ Tesla ต้องลดจำนวนพนักงานที่นั่นถึง 3 ใน 4 จาก 10,000 เหลือเพียง 2,500 คน

ซึ่งนั่นหมายความว่ามีการว่างงานเพิ่มขึ้น 7,500 ตำแหน่งในแคลิฟอร์เนีย

 

– โรงงาน Fremont เป็นโรงงานใหญ่ที่สุดของ Tesla มีพื้นประมาณ 937 ไร่ ซึ่งการปิดโรงงานระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อการผลิต และการส่งมอบรถ Model Y ที่กำลังจะเริ่มส่งมอบในเร็วๆ นี้

 

 

– จากตัวเลขในปี 2017 Tesla มีส่วนช่วยให้เกิดเม็ดเงินกว่า 4,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 130,000 ล้านบาท) ในระบบเศรษฐกิจของแคลิฟอร์เนีย ซึ่งครึ่งหนึ่งคือรายได้ที่พวกเขาจ่ายให้กับพนักงาน

 

– Tesla จ่ายภาษีให้รัฐแคลิฟอร์เนียมากถึง 328 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 10,500 ล้านบาท)

ดังนั้นหากว่า Tesla ย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่รัฐอื่นจริง และอนาคตของโรงงานใน Fremont เองก็ยังไม่แน่นอน อาจทำให้กระทบกับรายได้ก้อนนี้ของรัฐก็เป็นได้

 

โรงงาน Tesla ที่ Fremont

 

จากสถานการณ์ล่าสุดดราม่าระหว่าง Tesla และเขต Alameda County ยังไม่จบลงง่ายๆ แม้ว่าทางเขตเองจะยอมให้ Tesla กลับมาเปิดโรงงานได้ตามเดิมในสัปดาห์หน้า

 

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา Elon Musak ได้โพสต์ข้อความว่า Tesla ต้องการที่จะต่อต้านกฎของทางเขต และจะเปิดสายการผลิตเลยในวันนั้น

ซึ่งตัวเขาเองก็จะอยู่ในสายการผลิตด้วย และหากมีใครโดนจับ Elon ก็พร้อมจะยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว

(ประมาณว่า.. มาจับเลยสิ ซึ่งถ้าเจ้าหน้าที่มาจับเขาจริงๆ ก็อาจจะมีผลต่อการตัดสินใจย้ายโรงงานอีกเช่นกัน)

 

 

ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2020 เป็นต้นมาดูเหมือนว่าจะเป็นช่วงขาขึ้นของ Tesla ทั้งมูลค่าหุ้นที่พุ่งขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง

การเปิดโรงงานแห่งใหม่ที่ประเทศจีน จนทำให้ยอดผลิตรถในไตรมาสแรกจบไปที่ 102,672 คัน เพิ่มขึ้นถึง 24.9%  (เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน)

 

แต่อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานะทางการเงินของบริษัทที่กำลังสั่นคลอน มีปัญหาเงินขาดมืออยู่บ่อยครั้ง

นักวิเคราะห์มองว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ อาจทำให้เกิดวิกฤติทางการเงินครั้งใหญ่ก็เป็นได้

และ Tesla บริษัทรถยนต์ที่เป็นผุ้นำด้านนวัตกรรม แต่ไม่ได้มีเงินสดเยอะมากก็อาจได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน

 

ซึ่งหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นต่อ คงเป็นเรื่องน่าสนใจ ให้เราติดตามกันต่อไปครับ…

ที่มา forbes, tesla, ihsmarkit, sfchronicle

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!