ผู้ใช้ Tesla ทดสอบว่าถ้าไม่มี “เส้นแบ่งเลน” ระบบ Autopilot จะใช้งานได้ดีแค่ไหน!?

หลังจาก Tesla ได้ผงาดขึ้นมาในวงการยานยนต์ พวกเขาก็ได้จุดกระแสของ “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” ไปทั่วโลก และกลายเป็นผู้นำในด้านนี้

แต่นอกจากจะเป็นผู้ปลุกกระแสของรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว ปัจจุบัน Tesla ยังเป็นค่ายรถที่เป็นผู้นำในด้าน “ระบบขับเคลื่อนไร้คนขับ” บนรถด้วยเช่นกัน

(อ่านเพิ่มเติม: Tesla ปล่อยคลิป “รถยนต์ขับได้เอง” คนนั่งเฉยๆ ก็ไปถึงจุดหมาย แต่สงสัยไหมมันทำงานยังไง??)

 

 

เมื่อเปิดระบบ Autopilot รถจะทำงานร่วมกับเซนเซอร์รอบคันและระบบประมวลผลให้รถอยู่ในเลน วิ่งด้วยความเร็วคงที และดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานจนกว่าจะถึงจุดหมาย

นั่นทำให้หลายคนเชื่อกันว่า “เส้นแบ่งเลนถนน” สำคัญมากกับการประมวลผลข้อมูลของระบบไร้คนขับ

แต่จะเป็นอย่างไรถ้าหากเปิดระบบไร้คนขับในถนนที่ไม่มีเส้นแบ่งเลน?

 

 

ข้อสงสัยนี้ได้เกิดขึ้นเช่นกันกับผู้ใช้รถ Tesla ที่ใช้ชื่อว่า Dirty Tesla ในยูทูบ

เขาจึงทำการทดสอบว่าระบบ Autopilot จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไหมเมื่อเจอถนนที่ไม่มีเส้นแบ่งเลน นำมาให้ชมกัน

 

มาชมวิดีโอที่ว่ากันครับ เริ่มนาทีที่ 0.23

 

จากการทดสอบ จะเห็นได้ว่าระบบไร้คนขับยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบยังคงบังคับให้รถวิ่งตามถนนไปโดยไม่หลุดไปเลนของรถที่สวนมาแม้จะไม่มีเส้นแบ่งถนนก็ตาม

นั่นหมายความว่าตัวประมวลผลระบบไร้คนขับของ Tesla ไม่ได้คำนวนแค่เส้นแบ่งถนนเท่านั้น แต่มีหลายปัจจัยที่ระบบนำมาคำนวนเส้นทาง

ซึ่งนั่นแสดงว่า ข้อสงสัยที่ระบบจะทำงานได้ไหมบนท้องถนนของเมืองไทย ซึ่งอาจจะมีบางจุดที่เส้นแบ่งเลนหายไป และรถขับกันค่อนข้างหวาดเสียว โดยเฉพาะจักรยานยนต์โฉบไปมา

ก็มีความเป็นไปได้ว่ารถจะทำงานได้เช่นกัน

 

 

ปัจจุบัน Tesla คิดค่าติดตั้งตัวประมวลผลของระบบไร้คนขับอยู่ที่ 6,000 ดอลลาร์ฯ (ราว 183,000 บาท) สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อพร้อมตัวรถ

และ 8,000 ดอลลาร์ฯ (ราว 243,000 บาท) สำหรับลูกค้าที่ซื้อเพิ่มภายหลัง

 

และถึงแม้ระบบไร้คนขับในปัจจุบันจะใช้งานได้มีประสิทธิภาพแล้วแต่ทาง Tesla ก็ยังไม่หยุดพัฒนาระบบต่อไป

เพราะ Elon ต้องการจะพัฒนาระบบไปให้ถึงจุดที่ไม่จำเป็นต้องมีคนขับในรถอีกต่อไปและกลายเป็น Robo-Taxi (แท็กซี่ไร้คนขับ) เปิดโอกาสให้เจ้าของรถ Tesla สามารถใช้รถหารายได้เสริมได้

(อ่านเพิ่มเติม: เหตุใด “แท็กซี่ไร้คนขับ” จะปฏิวัติวงการขนส่ง และ Elon Musk บอกว่าปีหน้าเรามาแน่!!)

 

ที่มา: Dirty Tesla

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...