จากกระเบื้องหลังคา ถึงแบตเตอรี่ยักษ์ 7 ไร่ รู้จักสินค้าที่ไม่ใช่ “รถยนต์” จากค่ายรถอย่าง Tesla

เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวอันน่าสนใจ หลังจากทาง Tesla ได้เปิด Megapack แบตเตอรี่ขนาดยักษ์ความจุ 3 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) (มากกว่าแบตเตอรี่ในรถ Tesla Model 3 ประมาณ 40 เท่า!!)

ที่สำคัญคือ มันยังสามารถเอามาต่อยอดเป็นแหล่งเก็บไฟฟ้าขนาดใหญ่ 1 กิกะวัตต์ ซึ่งบริษัทบอกว่าสามารถเพียงพอต่อการจ่ายไฟให้เมืองใหญ่สักเมืองได้อย่างสบาย

หลังจากได้ยินข่าวนี้ เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายท่านคงจะเกิดคำถามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดเกียวกับเจ้าสินค้าตัวใหม่จากทาง Tesla ชิ้นนี้

ไปจนถึงข้อสงสัยที่ว่า… “นอกจากทำรถยนต์ขายแล้ว บริษัท Tesla ยังทำอย่างอื่นด้วยหรือ??”

ซึ่ง Magcarzine.com ได้รวบรวมข้อมูล เพื่อคลายข้อสงสัยทั้งหมดเอาไว้ในบทความนี้ครับ…

 

 

Tesla กับธุรกิจทางด้านพลังงาน

เมื่อเข้าไปที่เว็บไซต์ของ Tesla หากสังเกตดูดีๆ คุณผู้อ่านจะเห็นคำว่า ENERGY ที่อยู่ต่อท้ายชื่อรุ่นรถอย่าง ROADSTER บนแถบเมนูด้านบนสุด เป็นอีกกลุ่มสินค้าหนึ่งของบริษัท

คำว่า ENERGY คือกลุ่มสินค้าที่เรากำลังพูดถึง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับไฟฟ้าและพลังงานแสงอาทิตย์ ตั้งแต่ระดับที่พักอาศัย ไปจนถึงระดับโรงงานอุตสาหกรรม

โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ แบตเตอรี่ และแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ครับ

 

1. แบตเตอรี่

ผลิตภัณฑ์นี้ เป็นผลิตภัณฆ์ตัวแรกๆ (นอกเหนือจากรถยนต์) ที่ทาง Tesla Energy ปล่อยออกมา โดยจะทำหน้าที่ให้การเก็บพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากแผงโซลาร์เซลล์ มี 2 ชนิดคือ Powerwall 2 และ Powerpack

ซึ่งหากลงลึกมากขึ้น ทั้งสองแบบมีความแตกต่างกันดังนี้

 

Powerwall 2

– แบตเตอรี่ที่ใช้สำหรับที่บ้าน

– ความจุ 13.5 kWh/ชิ้น

– จ่ายไฟต่อเนืองได้ 5 kW สูงสุด 7 kW

– ข้อมูลจากเว็บไซต์บอกว่า ในกรณีที่บ้านไม่มีไฟฟ้า Powerwall 2 3 ชิ้น สามารถจ่ายไฟเพื่อใช้ในบ้าน ติดต่อกันได้นานถึง 7 วัน และสามารถติดตามสถาณะของแบตฯ ผ่านทางแอพพลิเคชั่นได้

– ราคา 6,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 199,000 บาท), รับประกัน 10 ปี

 

Powerpack

– แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม หรือเมืองขนาดเล็ก

– ความจุ 219 kWh

– จ่ายไฟได้ 50 kWh

– Powerpack สามารถสร้างเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ เพื่อเก็บประจุไฟสำหรับใช้ในเมืองเล็กๆ หรือใช้เป็นแหล่งไฟสำรองสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมได้

 

 

2. แผงโซลาร์เซลล์

แผงโซลาร์เซลล์ที่ Tesla วางจำหน่ายนั้นจะมีทั้งแบบแผงโซลาร์เซลล์แบบทั่วไปที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี

แต่จุดเด่นที่ทางค่ายนำเสนอก็คือ ความบาง และเมื่อติดตั้งตัวของแผงโซลาร์เซลล์จะฝังลงไปในหลังคาบ้านถึง 30% ด้วยกัน

แต่นอกจากแผงโซลาร์เซลล์แบบธรรมดาลแล้ว ทาง Tesla ยังได้นำเสนอ Solar Roof ซึ่งเป็นการแปลงแผงโซลาร์เซลล์ให้มีขนาดเท่ากับแผ่นกระเบื้อง เพื่อใช้แทนกระเบื้องหลังคาแบบเดิม

จุดเด่นของ Solar Roof คือ

– มีความทนทานต่อสภาพอากาศทุกรูปแบบ และสามารถทนแรงกระแทกของลูกเห็บได้อย่างดี

– Solar Roof ทำให้หลังคาบ้านดูสวยงาม มากกว่าการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์แบบทั่วไป

– มีให้เลือก 4 ลายด้วยกันคือ Tuscan Glass Tile (ลายกระบื้อง), Slate Glass Tile (ลายหินชนวน), Textured Glass Tile (ลายทัสคัส) และ Smooth Glass Tile (แบบเรียบ)

 

Tuscan Glass Tile (ลายกระบื้อง) และ Slate Glass Tile (ลายหินชนวน)

 

Textured Glass Tile (ลายทัสคัส) และ Smooth Glass Tile (แบบเรียบ)

 

คลิปวิดีโอทดสอบความแข็งแรงของ Solar Roof

 

แบตเตอรี่และแผงโซลาร์เซลล์นั้น Tesla จะวางจำหน่ายแบบแพ็กเกจ สำหรับลูกค้าแบบที่พักอาศัยจะเป็น Powerwall 2 + แผงโซลาร์เซลล์ หรือหลังคา Solar Roof

ส่วนโรงงานหรือเมือง จะเป็น Powerpack + แผงโซลาร์เซลล์

ซึ่งทั้งสองแบบจะมีรายละเอียดอยู่ในเว็บไซต์ของ Tesla

 

 

ข้อมูลจากเว็บไซต์ระบุว่า Tesla Energy สำหรับที่พักอาศัย สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มูลค่าต่อปี ตั้งแต่ปีละ 18,000 บาท ไปจนถึง 116,000 บาท (ขึ้นอยู่กับพื้นที่ และรูปแบบของการซื้อ ว่าเป็นเงินสด หรือผ่อน)

ส่วนแบบโรงงานหรือเมืองนั้น สามารถช่วยแก้ปัญหาความต้องการไฟเกินได้ และในบางพื้นที่ก็ได้มีการทดลองใช้ได้ผลดี อย่างเช่น

– เกาะ Kauai ของหมู่เกาะ Hawaii ก็ได้ติดตั้ง Powerpack เพื่อใช้จ่ายไฟให้กับเมืองทั้งเมือง แทนเครื่องปั่นไฟแบบเดิม

– สถานีรถไฟโอซาก้าในประเทศญี่ปุ่นที่ติดตั้ง Powerpack ทั้งหมด 42 ยูนิต ความจุรวมกว่า 7MWh เพื่อใช้เป็นพลังงานสำรอง และลดความต้องการใช้ไฟสูงสุด

– เมื่อปี 2017 Tesla สร้าง Powerpack ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ออสเตรเลีย สามารถจ่ายกระแสไฟให้บ้านเรือนได้มากถึง 30,000 หลัง ช่วยประหยัดเงินได้มากถึง 1,231 ล้านบาท

 

 

แค่ Powerpack ยังไม่พอ Tesla ออก Megapack เก็บไฟได้มากกว่าเดิม

อย่างที่เรายกตัวอย่างไป คงจะเห็นประโยชน์ของ Powerpack กันไปแล้ว

ล่าสุดทาง Tesla ประกาศปล่อย Megapack แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ที่สามารถเก็บประจุได้มากถึง 3 MWh (เมกะวัตต์ชั่วโมง) มากกว่าเดิมประมาณ 12 เท่า!!

ซึ่งจุดเด่นของ Megapack คือ

– ใช้เวลาสร้างที่เร็วกว่าเดิม โดยทาง Tesla ระบุว่า Megapack สามารถทำเป็นเครือข่ายที่เก็บไฟรวมกัน 1 GWh (กิกะวัตต์ชั่วโมง) ได้ โดยใช้เวลาในการสร้างไม่ถึง 3 เดือน

ซึ่งเมื่อรวมเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ จะใช้พื้นที่ประมาณ 7 ไร่ แต่สามารถจ่ายไฟให้กับทั้งเมืองได้

ทาง Tesla ระบุว่าแพ็คเกจ Megapack นี้จะมาพร้อมกับซอฟท์แวร์ในการควบคุมและตรวจสอบ ที่พัฒนาโดย Tesla  เอง เพื่อให้การจัดการเก็บและจ่ายไฟ เป็นไปได้โดยไม่เกิดปัญหา

 

 

ทั้งแผงโซลาร์เซลล์, Solar Roof ไปจนถึง Megapack กำลังแสดงให้เห็นว่า Tesla ต้องการที่จะรวมผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทางเลือกในบริษัทเดียว

ไล่ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงพลังงานแสงอาทิตย์เลยก็ว่าได้

และเมื่อลองคิดดูเล่นๆ ทั้ง Powerwall 2 และ Megapack ก็ทำหน้าที่ไม่ต่างจากแบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้าเลย

เพียงแค่ทาง Tesla ได้ยกเอาแบตเตอรี่ในรถยนต์ไฟฟ้า มาขยายขนาดให้สามารถใช้กับที่อยู่อาศัย โรงงานขนาดย่อม ไปจนถึงเมืองใหญ่ๆ ได้

และไม่แน่ว่าในอนาคต พวกเขาอาจจะก้าวข้ามจากเพียงผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ที่จะมีคู่แข่งเข้ามามากขึ้นในอนาคต หลังจากค่ายใหญ่ๆ เริ่มหันมาตีตลาด

จนกลายมาเป็นผู้เล่นรายใหญ่รายใหม่ ในตลาดพลังงานทดแทนที่มีมูลค่ามหาศาลก็เป็นได้… คุณคิดว่าอย่างไรครับ!?

 

ที่มา tesla, businessinsider, engadget, theverge, ev-database

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!