Tesla Model S ได้เปิดตัวออกมาเป็นครั้งแรกในปี 2012 ซึ่งหลังจากนั้นมันก็ได้รับการปรับไมเนอร์เชนจ์และอัปเดตสเปคออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Model S เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดมาตลอด

ก่อนที่จะเริ่มมีรถรุ่นอื่นๆ อย่าง Lucid Air จัดสเปคสุดโหดออกมาท้าชน Model S ในปีนี้

แต่ Tesla ก็ไม่ปล่อยให้สาวกต้องผิดหวัง เพราะล่าสุดพวกเขาได้ประกาศอัปเดตสเปคที่ทำให้ Model S กลับมาเป็นเบอร์ 1 ของรถยนต์ไฟฟ้าด้วยการเปิดตัว Tesla Model S Plaid

 

 

Tesla Model S Plaid นั้นเป็นรุ่นย่อยใหม่ตัวท็อปสุด โดยเป็นการติดตั้งมอเตอร์เข้ามาด้วยกัน 3 ตัว ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่ถูกทำไปทดสอบวิ่งในสนาม Nurburgring เมื่อปีที่แล้ว

โดยในงาน Battery Day ได้มีการเผยประสิทธิภาพของ Model S Plaid ออกมาดังนี้

– เป็นรถที่มีอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ และ ควอเตอร์ไมล์ เร็วที่สุดมากกว่ารถเดิมๆ ที่ผลิตจากโรงงาน

– อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. จะทำได้ต่ำกว่า 2 วินาที

– อัตราเร่งควอเตอร์ไมล์ จะทำได้ต่ำกว่า 9 วินาที

– รถมากับ 3 มอเตอร์ (Tri Motor) ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD

– ทำระยะทางได้มากกว่า 836 กม. (500 ไมล์)

– ทำท็อปสปีดได้สูงสุด 321 กม./ชม. (200 ไมล์/ชม.)

 

 

ในส่วนของหน้าตารถนั้น ยังคงเป็นโฉมเดิมที่ปรับไมเนอร์เชนจ์มาตั้งแต่ปี 2016

ด้านราคานั้นได้เปิดราคาขายในสหรัฐฯ ออกมาแล้วที่ 136,990 ดอลลาร์ฯ (ราว 4.31 ล้านบาท ยังไม่รวมภาษีถ้านำเข้าไทย)

ขณะที่รุ่น Performance ที่เป็นรุ่นท็อปตัวเดิมมีราคาที่ 94,990 ดอลลาร์ฯ (ราว 2.99 ล้านบาท)

ทำให้ Model S Plaid นั้นมีราคาสูงขึ้นจากเดิมที่ 42,000 ดอลลาร์ฯ (ราว 1.32 ล้านบาท)

 

 

ในปีที่แล้ว Tesla ได้นำ Model S Plaid ตัวทดสอบ ไปวิ่งในสนาม Laguna Sea และทำเวลาต่อรอบได้ 1:36.55

แต่ล่าสุด Elon Musk ระบุว่าเขาจะไปทดสอบอาทิตย์ก่อนและทำเวลาไปได้ 1:30

ซึ่งเป็นเวลาที่ดีกว่า Lucid Air ที่นำไปทดสอบเมื่อเดือนที่แล้วและทำเวลาไปได้ 1:33

นั่นหมายความว่า Model S จะกลับมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดในตลาดอีกครั้ง

 

 

Elon Musk กล่าวว่า Model S Plaid จะมีคิวส่งมอบไปช่วงปลายปี 2021 จากนี้ก่อนหน้านี้วางแผนไว้ว่าจะเปิดตัวในปีนี้ แต่ก็ต้องเลื่อนออกไปเพราะการแพร่ระบาดของไวรัส

ถ้ามีลูกค้าที่ได้รับมอบรถแล้วเชื่อว่าจะต้องมีการถ่ายวิดีโอทดสอบความแรงของรถรุ่นนี้ออกมาใน Youtube ให้ชมอย่างแน่นอน ติดตามรอดูกันได้เลยครับ…

 

ที่มา : electrek

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...