ในงาน Tesla Autonomy Day 2019 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2019 ที่ผ่านมา

Elon Musk ซีอีโอแห่งค่ายรถ Tesla ได้ประกาศความคืบหน้าถึงโปรเจ็กต์ “แท็กซี่ไร้คนขับ (robo-taxi)” กำลังจะเปิดให้บริการแล้ว

ทางเราจึงสรุปประเด็นสำคัญมาได้ ดังนี้ครับ

 

 

ก่อนจะเข้าเรื่องแท็กซี่อัตโนมัติ มาพูดถึงเรื่องเปิดตัวรถไร้คนขับก่อน

– Musk กล่าวว่าที่จริงแล้วรถ Tesla ทุกคันมีฮาร์ดแวร์ทุกอย่างพร้อมสำหรับการนำมาทำเป็นรถไร้คนขับได้ เหลือแค่พัฒนาซอฟต์แวร์ให้รองรับได้อย่างสมบูรณ์แบบเท่านั้น

 

– จนกระทั่งในงาน Tesla Autonomy Day พวกเขาประกาศเปิดตัว Full Self-Driving (FSD) คอมพิวเตอร์ที่จะนำไปติดบนรถ และทำให้มันขับเคลื่อนด้วยตัวเองได้โดยไร้คนขับได้สำเร็จ

 

คอมพิวเตอร์ Full Self-Driving

 

FSD ทำให้รถ Tesla สามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติโดยไร้คนขับ

 

– คอมพิวเตอร์จะถูกติดตั้งไว้ข้างหลังลิ้นชักเก็บของหน้ารถ โดยจะติดตั้งชิพประมวลผลไว้สองตัว หากชิพตัวแรกเสียหาย ชิพตัวที่สองจะเข้ามาควบคุมระบบแทน

 

– ระบบจะทำงานร่วมกับกล้อง 8 ตัว, เรดาร์ และ เซ็นเซอร์ที่ติดอยู่รอบคัน และมีฟังก์ชั่น Machine Learning ที่ระบบจะสามารถเรียนรู้วิธีการใช้รถบนท้องถนนของมนุษย์มาปรับกับการขับของตัวเอง

อย่างเช่น การรักษาระยะห่างระหว่างรถคันหน้า หรือการควบคุมความเร็ว ให้ขับได้อย่างราบลื่นที่สุด เป็นต้น

 

นอกจากนี้ ในประเด็นของแท็กซี่ไร้คนขับนั้น ยังเสริมอีกว่า…

– แท็กซี่ไร้คนขับจะพร้อมออกให้บริการบนท้องถนนเต็มตัวในปี 2020 โดย Musk ตั้งเป้าว่าจะมีรถรองรับการให้บริการถึง 1 ล้านคัน จากทั้ง Tesla เอง และจากเจ้าของรถที่นำมาร่วมโครงการ

(แม้จะฟังดูก้าวล้ำจนไม่อาจเป็นจริงได้ในปีหน้า แต่เขาคิดว่าต่อจากนี้ไม่เกิน 15 เดือน มันจะเกิดขึ้นจริง)

 

– ซึ่งแท็กซี่ทุกคันนั้นจะเป็น Robotaxi ที่สามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถไปรับผู้โดยสาร แล้วส่งยังจุดหมาย ก่อนกลับมาจอดที่เดิมได้โดยอัตโนมัติ

 

– เพื่อดึงดูดให้คนนำ Tesla ของตัวเองมาเข้าร่วมในแอปพลิเคชั่น จึงต้องมีจุดเด่น ทั้งการขับอัตโนมัติที่เจ้าของไม่ต้องออกไปขับเอง ทำให้เอาเวลาไปทำงานอื่นๆได้

 

– หรือกระทั่งต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่ถูกกว่าด้วย (เพราะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า)

ต้นทุนของแท็กซี่ไร้คนขับอยู่ที่ 5-6 บาทต่อ 1 ไมล์ (1.6 กม.) เพียงเท่านั้น ในขณะที่แท็กซี่ธรรมดาที่มีคนขับ ต้นทุนจะอยู่ที่ ราว 60-100 บาท ต่อ 1 ไมล์ ทำให้ราคาของการบริการจะถูกกว่าแอพเรียกรถอย่าง Uber เสียอีก

 

– แม้ยังไม่ระบุจะคิดค่าบริการเรื่องรถแท็กซี่อย่างไร แต่มีการระบุว่าเจ้าของรถ Tesla ที่สนใจนำรถมาให้บริการในแอป พลิเคชั่นดังกล่าว จะได้กำไรปีละ 30,000 ดอลลาร์ (ราว 960,000 บาท)

 

หน้าตาของ APP

 

วิดีโอเต็มรถยนต์ไร้คนขับของ Tesla

 

และนี่ก็เป็นรายละเอียดที่ได้เผยออกมาในงาน Tesla Autonomy Day ในครั้งล่าสุด

ผู้อ่านคิดว่า โปรเจ็คต์แท็กซี่ไร้คนขับของ Elon Musk จะประสบความสำเร็จหรือไม่!? แสดงความคิดเห็นกันเข้ามาได้เลยครับ

 

ที่มา: engadget, jalopnik

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...