ถ้ายังจำกันได้ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน Tesla บริษัทรถยนต์พลังไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของอเมริกา ได้ทำการอัพเดทระบบ Autopilot หรือระบบรถยนต์ไร้คนขับให้ดีขึ้น

พร้อมปล่อยวิดีโอสาธิตการทำงานของระบบที่ใครเห็นก็ต้องว้าว

เพราะคนขับแค่นั่งอยู่เฉยๆ รถก็จะไปถึงจุดหมายที่เราตั้งเอาไว้เอง…

อ่านบทความเก่า: Tesla ปล่อยคลิป “รถยนต์ขับได้เอง” คนนั่งเฉยๆ ก็ไปถึงจุดหมาย แต่สงสัยไหมมันทำงานยังไง??

 

วิดีโอสาธิตระบบไร้คนขับสุดล้ำของ Tesla

 

Tesla เผยว่า ระบบไร้คนขับของพวกเขาจะทำให้ผู้ขับขี่ปลอดภัยมากขึ้น เพราะระบบสามารถคำนวณล่วงหน้าได้หากเกิดอะไรขึ้นบนท้องถนนและจะหาทางปลอดภัยที่สุดให้รถ

แต่ถึงอย่างนั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถ ทาง Tesla ได้แนะนำว่าแม้จะเปิดระบบไร้คนขับ แต่คนขับก็ควรจะมีสติจดจ่ออยู่กับสถานการณ์รอบรถตลอดเวลา

นอกจากนี้ Tesla ยังมีเซนเซอร์จับว่าผู้ขับขี่จับพวงมาลัยเอาไว้หรือไม่ หากไม่จับเป็นเวลานาน รถจะส่งสัญญาณเตือนให้จับพวงมาลัย และถ้าหากยังไม่จับรถก็จะค่อยๆ ลดความเร็วลง จนหยุดวิ่งในที่สุด

 

 

แต่ถึงแม้ Tesla จะมีมาตรการตามที่ว่าไปข้างต้นแล้ว กลับมีการพยายามฝ่าฝืนกฎข้อดังกล่าวอยู่เป็นระยะๆ

ล่าสุดมีการพบ Tesla Model 3 คันหนึ่งวิ่งอยู่บนถนนทางด่วนทางตอนใต้ของรัฐแคลอฟอร์เนีย โดยที่เจ้าของกำลัง “หลับอยู่บนรถ” !?

 

 

วิดีโอเต็ม

 

ผู้ที่บันทึกวิดีโอนี้ไว้เผยว่าขณะที่เขาขับรถขึ้นไปขนาบข้าง Tesla Model 3 คันดังกล่าว เขาก็พบว่าชายในรถกลับหลับอยู่ ในขณะที่รถกำลังวิ่งด้วยความเร็วประมาณ 100 กม./ชม.

และเขาก็หลับตลอดทางที่ขับไปในเส้นทางเดียวกันกว่า 48 กิโลเมตร บนถนนที่เป็นทางด่วนอีกด้วย

ส่วนสาเหตุที่รถไม่แจ้งเตือนและหยุดรถเองนั้น ดูเหมือนว่าชายที่หลับได้เอาอะไรผูกพวงมาลัยเอาไว้เพื่อหลอกรถว่ากำลังใช้มือจับพวงมาลัยอยู่

 

 

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นต่อผู้ขับขี่ Tesla คันนี้

เพราะหลายคนมองว่าแม้ระบบไร้คนขับจะฉลาดแค่ไหน แต่ผู้ขับขี่ก็ควรจะตื่นตัวตลอดเวลา เผื่อว่าเกิดอะไรขึ้นจะได้ทำการเข้าควบคุมรถได้ทันท่วงที

แต่ก็มีอีกฝ่ายที่มองต่างว่า ในเมื่อรถมีระบบที่ปลอดภัยขนาดนี้ ก็ไม่น่ากังวลอะไร และยกเหตุผลขึ้นมาอธิบายว่าการตั้งโปรแกรมให้รถไปส่งที่จุดหมายอาจจะเป็นเรื่องปกติในอนาคตก็เป็นได้…

 

แล้วผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไรกันบ้าง?

 

ที่มา: carscoops, nbc, cbs

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...