สำหรับคนส่วนมากที่หลงไหลในรถยนต์ไฟฟ้า เชื่อว่าชื่อของแบรนด์ Tesla จะต้องเป็นอีกหนึ่งแบรนด์รถยนต์ในฝันอย่างแน่นอน

แต่อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่าปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเรานั้นมีราคาที่แพงมากด้วยปัจจัยของข้อกฎหมายและภาษีต่างๆ

ยกตัวอย่างเช่น Nissan Leaf ก็มีราคาสูงถึง 1.9 ล้านบาทแล้ว เทียบกับในอเมริกาหรือยุโรปที่มีราคาอยู่ที่ราวๆ 1 ล้านบาท

ส่วน Tesla ที่มีจำหน่ายในไทยมีเพียงรถในตลาดเกรย์มาร์เกต และราคาอยู่ในระดับ 6-10 ล้านบาท

ทำให้การจะมองไปถึงการเป็นเจ้าของ Tesla นั้น แทบจะเป็นไปได้ยากมาก หากคุณไม่ได้มีฐานะร่ำรวยละใจรักจริงๆ

แล้วในอนาคต จะเป็นไปได้ไหมที่ Tesla จะมีราคาที่ถูกลงกว่านี้จนใกล้เคียงกับที่อเมริกาหรือแพงกว่านิดหน่อยในเรทราคาราวๆ 2-3 ล้าน?

คำตอบคือ “เป็นไปได้” ด้วยปัจจัยที่เราจะมานำเสนอในวันนี้ มาติดตามไปพร้อมกันครับ..

 

 

การเปิด Gigafactory 3 ที่ประเทศจีน

เมื่อเดือนธันวาคม 2018 Elon Musk ได้เริ่มโปรเจกต์สำคัญของค่าย นั่นก็คือการเปิดโรงงานผลิตและประกอบรถยนต์นอกอเมริกาครั้งแรก

โรงงานแห่งนี้ชื่อว่า Gigafactory 3 ซึ่งถูกสร้างขึ้นอยู่ในเขตเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

จีน คือประเทศที่มีตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตมากที่สุดในโลก จึงไม่แปลกใจเลยที่บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดังอย่าง Tesla จะตัดสินใจมาลงทุนครั้งใหญ่ที่นี่

Elon ระบุว่าโรงงานแห่งนี้จะใช้ในการผลิตเฉพาะรุ่น Model 3 และ Model Y ที่จะวางขายในจีน

(ขณะที่ Model S และ Model X จะยังคงผลิตที่อเมริกาเหมือนเดิม ก่อนจะนำเข้ามาขายสำหรับตลาดประเทศจีน)

 

Tesla Model 3 นั้น มีราคาเริ่มต้นที่อเมริการาวๆ 1.2 ล้านบาท

แต่เมื่อนำเข้ามาที่จีน ต้องผ่านการเสียภาษีเพิ่มเติมทำให้มีราคาเริ่มต้นที่ราวๆ 1.7 ล้านบาท

แต่เมื่อ Model 3 ถูกประกอบในประเทศ ทำให้ราคาลดลงมาอยู่ที่ราวๆ 1.5 ล้านบาท

ซึ่งประโยชน์ก็จะตกไปอยู่ที่ทั้ง Tesla ที่จะทำยอดขายได้มากขึ้นเมื่อราคารถถูกลง และผู้บริโภคที่เป็นเจ้าของ Tesla ได้ในราคาที่ถูกลงถึง 2 แสนบาท

 

ภาพล่าสุดของ Tesla Gigafactory 3 ที่เซี่ยงไฮ้

 

มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าสงครามการค้าระหว่างอเมริกา-จีน ส่งผลต่อโรงงานแห่งนี้หรือไม่?

เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีข่าวออกมายืนยันว่ารัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและไอทีของประเทศจีนออกมาเผยว่า Tesla จะไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าวอย่างแน่นอน

อีกทั้งทางรัฐไดทำการละเว้นภาษี (Purchase tax) 10% .ให้กับ Tesla ที่ประกอบในโรงงานจีนอีกด้วย!!

ที่เป็นแบบนี้เพราะจีนมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมให้คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มที่ รวมถึงการที่ Elon มีความสัมพันธุ์อันดีกับรัฐบาลจีนนั่นเอง

 

Elon Musk ในงานแถลงเปิด Gigafactory 3

 

แล้วเรื่องนี้มีส่งผลกับประเทศไทยอย่างไร?

คนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของรถยนต์ไฟฟ้าน่าจะได้ทราบถึงการเปิดตัวของ MG ZS EV ที่สะเทือนแวดวง EV ไทยอย่างมาก

ด้วยราคาของรถที่เริ่มต้น 1.19 ล้านบาท ถูกกว่าคู่แข่งทุกคันในตลาด EV ปัจจุบัน

เหตุผลที่ MG สามารถตั้งราคานี้ได้ เป็นเพราะข้อตกลง FTA ที่ละเว้นภาษีนำเข้าจากประเทศจีนให้เป็น 0%

ซึ่งตรงจุดนี้เอง ที่จะทำให้คนไทยมีโอกาสเป็นเจ้าของ Tesla ได้ในราคาไม่ถึง 2-3 ล้านบาท

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า Model 3 เวอร์ชั่นประกอบจีนมีราคาขายอยู่ที่ราวๆ 1.5 ล้านบาท

หากมีการนำเข้ามาขายในไทยทั้งคันอย่างเป็นทางการ โดยเข้าเงื่อนไขการละเว้นภาษี คาดว่าราคาอาจจะอยู่ที่ราวๆ 2 ล้าน หรือสูงกว่านั้นเล็กน้อย แต่ก็อาจจะไม่เกิน 2.5 ล้านบาทก็เป็นได้

จึงบอกได้ว่าการที่ Gigafactory 3 ได้เปิดโอกาสให้คนไทยเป็นเจ้าของ Tesla ได้ง่ายขึ้น

 

 

แต่อย่างไรก็ตาม..

การที่ Model 3 จะถูกตั้งราคาขายดังกล่าวได้ ยังมีอีกหลายเงื่อนไขที่นอกเหนือจากปัจจัยที่ว่ามา

เงื่อนไขที่ว่าประกอบไปด้วย

– ปกติจีนขับรถพวงมาลัยซ้าย หมายความว่าพวกเขาจะต้องผลิตรถพวงมาลัยขวาเพื่อมาขายในบ้านเราโดยเฉพาะ

– Tesla จะต้องเป็นผู้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยด้วยตัวเอง ไม่ใช่การนำเข้าแบบ Grey Market

จุดที่ลุ้นยากนั้นอยู่ที่ข้อสอง

ปัจจุบัน Tesla ยังไม่ใช่บริษัทที่ใหญ่โตถึงขนาดจะไปเปิดตลาดประเทศไหนในโลกก็ได้

พวกเขาจึงเล็งไปที่ประเทศที่มีการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าที่สูง อย่างเช่นนอร์เวย์ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และหลายประเทศในยุโรปที่สนับสนุน EV อย่างจริงจัง

พูดในแง่หนึ่งก็คือ ประเทศไทย อาจจะยังไม่อยู่ในสายตาของผู้บริหาร Tesla ว่าจะคุ้มค่าต่อการทำตลาดด้วยซ้ำ

 

โอกาสที่คนไทยสามารถเป็นเจ้าของ Tesla ได้ด้วยราคาสมเหตุสมผลนั้น อาจจะไม่ถึงขั้นเกิดขึ้นไม่ได้เลย.. แต่ก็ต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องยากถึงยากมากจริงๆ

ซึ่งตรงจุดนี้เราก็ต้องรอดูกันต่อไปในอนาคตว่าจะเป็นไปได้เพียงใด

 

 

แหล่งอ้างอิง: scmp, electrek, itnews

Advertisement

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...