เหตุใด “รถพลังไฮโดรเจน” จึงเป็นเทคโนโลยีที่ Toyota ภาคภูมิใจ แต่กลับล้มเหลวด้านยอดขาย!?

“เทคโนโลยีรถยนต์ไฮโดรเจนเป็นอะไรที่โง่อย่างเหลือเชื่อ” Elon Musk ได้กล่าวประโยคนี้ออกมาในปี 2016 เมื่อพูดถึง “รถยนต์พลังงานไฮโดรเจน”

 

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่ารถยนต์ไฮโดรเจนคืออะไร ก่อนอื่นเราจะมาอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ

เมื่อพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้า หลายคนอาจจะนึกถึงรถ 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่

– รถไฟฟ้าล้วนแบบเสียบปลั๊ก (BEV) เช่น รถของ Tesla

– รถไฮบริดที่ยังต้องเติมน้ำมัน (HEV) เช่น Camry, Accord รุ่น Hybrid

– รถไฮบริดแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) สามารถทำได้ทั้งเติมน้ำมันและเสียบปลั๊กชาร์จ เช่น BMW i8

 

แต่รู้กันไหมว่าจริงๆ แล้วรถยนต์ไฟฟ้ายังมีอีก 1 ประเภทซึ่งก็คือ…

รถไฟฟ้าพลังงาน Fuel Cell (FCEV) รถประเภทนี้ต้องอาศัยการเติม “ไฮโดรเจน” เข้าไปเป็นพลังงานให้กับระบบไฟฟ้าในตัวรถแทนการเติมน้ำมัน

เชื่อว่าหลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีรถประเภทนี้อยู่ด้วย ซึ่งเราไม่แปลกใจเลย..

เพราะมันคือผลงานที่ “ล้มเหลว” ของ Toyota

เพราะอะไรทำให้รถยนต์ไฮโดรเจนไม่ประสบความสำเร็จ ไปติดตามกันได้เลยครับ

 

Toyota Mirai

 

เมื่อปี 2015 Toyota ได้ทำการเปิดตัว Toyota Mirai รถยนต์ไฮโดรเจนที่ค่ายซุ่มพัฒนามายาวนาน

หลังจากที่เคยประสบความสำเร็จกับการพัฒนาระบบ Hybrid มาก่อนหน้านี้ Toyota ภาคภูมิใจมากว่านี่คือรถพลังงานทางเลือกที่จะเปลี่ยนโลก

และมั่นใจมากกว่ารถพลังงานไฮโดรเจนคืออนาคต ไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้าหรอก (Mirai ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่าอนาคต)

 

มาดูกันว่าทำไม Toyota ถึงมั่นใจในรถไฮโดรเจนถึงขนาดนี้

– Toyota Mirai สามารถทำระยะได้สูงสุดถึง 502 กม. ต่อไฮโดรเจนหนึ่งถัง มากกว่าค่าเฉลี่ยที่รถยนต์ไฟฟ้าส่วนมากทำได้ในตอนนั้น

– การเติมเชื้อเพลิงของรถไฮโดรเจนใช้เวลาน้อยพอๆ กับการเติมน้ำมัน ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าต้องชาร์จเป็นเวลานาน

– รถไฮโดรเจนปล่อยค่าไอเสียออกมาเป็น 0 เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า

 

นั่นหมายความว่า…

รถยนต์ไฮโดรเจนนั้นจะมีคุณสมบัติเทียบเท่ากับรถยนต์น้ำมันในด้านของการไม่ต้องเสียเวลาเติมเชื้อเพลิง โดยที่รถไม่ปล่อยไอเสียออกมา

แต่!! กลับกลายเป็นว่านับตั้งแต่ปี 2015 มาจนถึงตอนนี้ Toyota Mirai ทำยอดขายได้แค่ 2,400 คันเท่านั้น!?

ทั้งๆ ที่รถมีข้อดีขนาดนี้ แล้วอะไรที่ทำให้ยอดขายของรถไฮโดรเจนไม่ประสบความสำเร็จ?

 

โครงสร้างภายในของรถยนต์ไฮโดรเจน

 

ข้อเสียข้อใหญ่ๆ ของรถไฮโดรเจนนั้นก็คือการที่เชื้อเพลิงไฮโดรเจน “มีราคาแพง”

ข้อมูลจากเว็บไซต์ theweek.co.uk ได้ออกมาเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการเติมเชื้อเพลิงของรถสองประเภทนี้ที่อังกฤษเอาไว้ดังนี้

รถยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้ไฟบ้านชาร์จข้ามคืนได้ โดยจะเสียค่าไฟที่ราวๆ 12 ปอนด์ (ราว 445 บาท)

หรือหากออกไปชาร์จที่สถานีชาร์จไฟข้างนอก  ซึ่งชาร์จได้เร็วกว่า ก็จะเสียเงินที่ราวๆ 35 ปอนด์ (ราว 1,300 บาท)

ขณะที่รถยนต์ไฮโดรเจนจะเสียค่าเติมไฮโดรเจนเต็มถังที่ 50-70 ปอนด์ต่อครั้ง (ราว 1,850 – 2,590 บาท)

ขณะที่น้ำมันเบนซินที่อังกฤษมีราคาลิตรละประมาณ 47-48 บาท หมายความว่ารถที่มีความจุน้ำมัน 50 ลิตรจะเติมเต็มถังที่ราวๆ 2,400 บาท

ทำให้การเติมไฮโดรเจนราคาแทบไม่ต่างกับเติมน้ำมัน!!

 

และอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้รถไฮโดรเจนล้มเหลวก็คือจำนวนของปั๊มเติมไฮโดรเจน

เมื่อรถเปิดตัวออกมาในตอนแรก และทำยอดขายได้น้อย ก็ไม่มีบริษัทพลังงานมาลงทุนเปิดปั๊มไฮโดรเจน

และเมื่อไม่มีปั๊มไฮโดรเจน ผลลัพธ์ก็ตีกลับมาให้คนไม่อยากซื้อรถไฮโดรเจนมาใช้อีกด้วย

มีข้อมูลเผยว่าในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมืองที่สนับสนุนรถยนต์พลังงานทางเลือกมากที่สุดในอเมริกา ยังมีปั๊มไฮโดรเจนแค่ 33 ที่

ขณะที่แท่นชาร์จไฟ EV ตอนนี้มีมากกว่า 22,000 แท่นทั่วรัฐแคลิฟอร์เนีย

 

 

ย้อนกลับไปตอนต้นบทความที่เราได้นำคำกล่าวของ Elon Musk ที่บอกว่าเทคโนโลยีไฮโดรเจนเป็นอะไรที่โง่ในสายตาของเขานั้น

Elon ขยายความว่าไฮโดรเจนเป็นพลังงานที่ผลิตออกมายาก และการที่จะนำมาเก็บไว้ในยานพาหนะและเปลี่ยนมันเป็นพลังงานเป็นอะไรที่ดูบ้ามากในสายตาของเขา

“พลังงานไฟฟ้าเราได้มาจากแผงโซลาร์ แล้วก็ใช้มันชาร์จเข้าไปในแบตเตอรี่แล้วจบ”

“เทียบกับการต้องมาแยกน้ำ แยกอ็อกซิเจน เก็บไว้แค่ไฮโดรเจน และต้องมาบีบอัดมันอีก ประสิทธิภาพของพลังงานก็เหลือไม่ถึงครึ่ง” 

แล้วอะไรล่ะที่ทำให้ Toyota หมกมุ่นกับรถยนต์ไฮโดรเจนถึงขนาดนี้?

 

วิดีโอที่ Elon Musk พูดถึงรถ Fuel Cell และพลังงานไฮโดรเจน

 

เมื่อปี 2017 Takeshi Uchiyamada หัวหน้าวิศวกรของ Toyota Mirai และประธานของกลุ่มบริษัท Toyota ได้ถูกถามถึงประเด็นที่ Elon พูดเอาไว้

และเขาก็บอกว่าเขา “เห็นด้วย” ที่ Elon บอกว่าเทคโนโลยีรถยนต์ไฮโดรเจนเป็นอะไรที่โง่

“Elon พูดถูก มันจะดีกว่าในการเสียบปลั๊กชาร์จเข้าไปในรถโดยตรง”

“แต่พวกเราไม่ได้มองว่ารถไฮโดรเจนจะต้องนำไปเทียบหรือแข่งขันกับรถยนต์ไฟฟ้า”

“และเราก็จะไม่ยอมแพ้กับรถไฮโดรเจนด้วย”

 

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ Toyota ไม่ยอมแพ้ในเทคโนโลยีนี้เป็นเพราะพวกเขาทำการวิจัยมาตั้งแต่ยุค 1990

พวกเขาเชื่อว่าในอนาคตรถไฮโดรเจนจะมีส่วนสำคัญในอนาคตที่คนหันมาใช้รถพลังงานสะอาดอย่างแน่นอน

เพราะพวกเขาเชื่อว่า ตลาดจะต้องการรถพลังงานสะอาดที่ทำระยะได้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งรถไฮโดรเจนจะตอบโจทย์ตรงนั้น

พวกเขายังเชื่อว่าถึงแม้แบตเตอรี่จะพัฒนาขึ้น ก็ไม่อาจเทียบกับรถไฮโดรเจนได้

 

Takeshi Uchiyamada ประธานบริษัท Toyota

 

ล่าสุดมีรายงานจากสื่อยุโรปว่า Toyota มีแผนที่จะเปิดตัว Toyota Mirai เจนที่สองในปี 2020 ที่จะถึงนี้

ก็เป็นที่ชัดเจนว่า Toyota จะไม่ยอมทิ้งรถไฮโดรเจนไปง่ายๆ อย่างที่พวกเขาได้กล่าวเอาไว้อย่างแน่นอน แม้ปัจจุบันกระแสของรถยนต์ไฟฟ้าจะมาแรงกว่าก็ตาม

Toyota Mirai เจนที่ 2 จะทำยอดขายได้ตรงข้ามกับรถเจนแรกที่ออกมาในปี 2015 หรือไม่

รวมไปถึงเทคโนโลยีรถยนต์ไฮโดรเจนจะมีบทบาทในอนาคตตามที่ Toyota คาดหวังหรือไม่

เราก็ต้องติดตามกันต่อไป ถึงเวลาที่รถเปิดตัวออกมา มันอาจจะเจ๋งจนทุกคนหันมาซื้อ หรืออาจจะเจ๊งเพราะไม่มีคนสนใจก็ได้เช่นกัน..

แล้วคุณคิดอย่างไรกันครับ?

 

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.businessinsider.com/elon-musk-hydrogen-cars-are-incredibly-dumb-2016-1

https://europe.autonews.com/automakers/toyota-prepares-next-mirai-fuel-cell-car-2020-launch

electrek.co/2017/10/26/toyota-elon-musk-fuel-cell-hydrogen/

https://www.theweek.co.uk/electric-cars/101196/hydrogen-fuel-cell-vs-battery-electric-cars-which-are-better

https://en.wikipedia.org/wiki/Toyota_Mirai

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...