แม้ Toyota อาจดูไม่เอาจริงกับรถยนต์ไฟฟ้า(BEV) เท่าไหร่ ไม่มีการเปิดตัวรถถ่านแทบทุกปีเหมือนค่ายอื่นๆ แต่จะบอกว่าพี่โตของเราไม่สนใจพัฒนาหรือทำตลาดรถ BEV ก็อาจจะไม่ถูกนัก…

เพราะถ้าย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน หรือตอนที่ Elon Musk เพิ่งจะเข้าเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย

Toyota ได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบรุ่นหนึ่ง ก่อนจะกลายเป็น Toyota RAV4 ในเวอร์ชั่น EV ส่งทำตลาดทั้งในญี่ปุ่นและสหรัฐ

 

 

เทียบกันตามลำดับอาวุโส Toyta RAV4 EV ก็คงเป็นเหมือนคุณลุงของ Tesla Model Y และพี่โตของเราก็เป็นคนที่เริ่มเข้าสู่วงการรถถ่านก่อนใครเพื่อน

ซึ่งดูแล้วพวกเค้าก็น่าจะไปได้สวยในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าใช่ไหมล่ะ??

แต่ทำไม ทั้งๆ ที่เริ่มก่อน Toyota ถึงไม่สามารถขึ้นมาเป็นผู้นำทางด้านรถยนต์ไฟฟ้าได้ และทำไม Toyota Rav4 EV หายไปจากสารบบ บทความนี้ MagCarZine.com มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากฝากกันครับ

 

กำเนิด RAV4 เวอร์ชั่นไฟฟ้า

Toyota เริ่มการวิจัยรถยนต์ไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 1969 หรือเมื่อราวๆ กว่า 50 ปีที่แล้ว

จนกระทั่งในงาน Tokyo Motor Show 1993 พวกเขาเปิดตัว EV-50 Concept รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบรุ่นใหม่ ที่มาในพิกัดของ SUV ขนาดเล็ก หน้าตาคล้ายกับ Toyota Rave4 เจอเนอเรชั่นแรกโฉม 3 ประตู

EV-50 Concept คือรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบที่จะถูกพัฒนาเพื่อใช้งานในเมืองเป็นหลัก ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า

มาพร้อมระบบ Regenerative braking คือเมื่อรถเบรก ระบบจะปั่นไฟกลับเข้าไปชาร์จ ทำให้ได้ระยะทางต่อการชาร์จเพิ่มขึ้น

 

 

EV-50 Concept ได้กลายเป็นรถที่ผลิตจริงในชื่อว่า Rav4L EV ปี 1995 มันถูกส่งให้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นและ Tokyo Electric Power บริษัทด้านพลังงานไฟฟ้าของญี่ปุ่นใช้ เพื่อเก็บข้อมูลและพัฒนาต่อ

รถในเวอร์ชั่นนี้ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แบบตะกั่วกรด ติดตั้งไว้ที่ใต้ท้องรถ ทำให้ไม่รบกวนพื้นที่โดยสารและพื้นห้องเก็บสัมภาระ ทำระยะทางต่อการชาร์จสูงสุดที่ 120 กิโลเมตร ความเร็วท็อปสปีดอยู่ที่ 125 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

 

Rav4L EV ถูกพัฒนาและเก็บข้อมูลต่ออีกประมาณ 1 ปี ก่อนจะเปิดจำหน่ายให้คนทั่วไป ผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 1 กันยายน 1996 โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 100 คัน

รถในเวอร์ชั่นจำหน่ายจริง เปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่นิเกิลเมทัลไฮไดรด์ (NiMH) จากพันธมิตรอย่าง Panasonic แทนแบตเตอรี่ตะกั่วกรด และได้ระยะทางเพิ่มขึ้นจากเดิมกว่าเท่าตัว เป็น 215 กิโลเมตรต่อการชาร์จ

ในตอนนั้น พวกเขาเคาะราคาขายอยู่ที่ 4.95 ล้านเยน หรือประมาณ 1.4 ล้านบาท

 

 

RAV4 EV รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริง

เมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าที่ออกมาช่วงเดียวกันอย่าง Nissan Altra EV, Honda EV Plus หรือ GM EV1 Rav4L EV เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ทำระยะทางต่อการชาร์จได้ค่อนข้างสูง ณ เวลานั้น

เพราะรถส่วนใหญ่ยังทำระยะทางต่อการชาร์ได้ประมาณ 160-190 กิโลเมตรต่อการชาร์จเท่านั้น และบางรุ่นยังใช้แบตเตอรี่ตะกั่วกรดด้วยซ้ำ

 

Toyota พัฒนารถรุ่นนี้อย่างหนักเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ก่อนการจำหน่ายให้คนทั่วไป Rav4L EV ต้องผ่านการทดสอบมากมาย

ทั้งการใช้งานในประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา รวมถึงการลงแข่งในรายการ Scandinavian Electric Car Rally 1995 การขับรถข้ามประเทศต่อเนื่องกัน 5 วัน ซึ่ง Rav4L EV ก็คว้าแชมป์ในรายการนี้ได้ด้วย

 

 

ระยะทางต่อการชาร์จที่ใช้งานได้จริง รวมถึงชื่อเสียงจากการเป็นแชมป์แรลลี่รถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ Rav4L EV โฉมแรกประสบความสำเร็จ และมี RAV4L V EV ที่เป็นรุ่นตัวถัง 5 ประตูตามมาในปี 1997

รถในเวอร์ชั่น 5 ประตูยังคงใช้แบตเตอรี่ตัวเดิม แต่มีการปรับมอเตอร์ให้พละกำลังมากขึ้นเล็กน้อย และถูกส่งไปทำตลาดที่แคลิฟอรเนียร์ สหรัฐอเมริกาด้วย

ในช่วงแรกยังเป็นการทดสอบตลาดเหมือนเดิม ก่อนจะเปิดขายอย่างเป็นทางการในปี 2002 และได้รับเสียงตอบรับที่ดี ก็สามารถทำยอดขายที่สหรัฐในปีแรกได้ถึง 328 คัน สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้

 

 

จากจุดเริ่มต้นมาจนถึงตอนนี้ ดูเหมือนว่าอนาคตของ RAV4 ในเวอร์ชั่นไฟฟ้าคงจะไปได้สวย แต่ทำไมจู่ๆ รถรุ่นนี้จึงไม่ได้ไปต่อ??

และเราแทบจะไม่เห็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ของ Toyota เลย หากถ้าไม่นับในแบรนด์ Lexus หรือ CH-R ไฟฟ้าที่ทำตลาดเฉพาะในประเทศจีน

 

รถดีแต่ไม่ได้ไปต่อ??

แม้จะทำยอดขายได้น่าประทับในปีแรกที่เปิดตัว แต่ในปีถัดมา Toyota จำเป็นต้องถอด RAV4L V EV จากสายการผลิต เนื่องจากปัญหาเรื่องของสิทธิบัตรแบตเตอรี่ NiMH EV-95

อันที่จริงแล้วเรื่องสิทธิบัตรแบตเตอรี่ตัวนี้หากจะให้เล่าคงต้องเพิ่มอีกบทความ แต่โดยสรุปก็คือ Chevron บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ได้เข้ามาถือครองสิทธิบัตริของแบตเตอรี่ NiMH EV-95

และ Chevron ก็ชนะการฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธ์กับ Toyota กับ Panasonic ทำให้สิทธิในการใช้งานแบตเตอรี่ตัวนี้ถูกจำกัด

จนในที่สุด Toyota ก็ต้องยุติการผลิต RAV4L V EV ส่วนสายการผลิตแบตเตอรี่ NiMH EV-95 ขนาดใหญ่ของ  Panasonic ก็ต้องปิดตัวลง

 

 

Toyota ยังไม่ยอมแพ้ ปี 2012 RAV4 EV กลับมาอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้พวกเค้าได้พันธมิตรใหม่อย่าง Tesla มาช่วยในเรื่องของแบตเตอรี่ มอเตอร์ และชุดส่งกำลัง เปลี่ยนจากแบตเตอรี่แบบ NiMH ไปเป็นแบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออน ที่นิยมในช่วงหลัง

แต่น่าเสียดายที่การกลับมาของ RAV4 ครั้งนี้ ทำตลาดได้เพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น และต้องอำลาตลาดไปในปี 2014 พร้อมกับพันธมิตรระหว่าง Toyota กับ Tesla ที่สิ้นสุดในปีนั้นด้วย

ซึ่งสาเหตุของการหยุดทำตลาดรอบนี้อาจมาจาก แบตเตอรี่ลิเทียมที่เป็นหัวใจหลักยังคงมีราคาสูง และทาง Toyota เองก็มองว่ามันยังไม่คุ้นค่ากับการลงทุน

 

RAV4 EV 2012

 

Shigeki Terashi รองประธานบริหารของ Toyota เคยให้สัมภาษณ์ในปี 2019 เกี่ยวกับการทำตลาดรถ BEV ของค่าย รวมถึงการที่ REV4 ไม่ประสบความสำเร็วว่า

“ราคาของแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนสำหรับรถ BEV ยังอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านเยน (ประมาณ 277,280 บาท) นี่ยังไม่รวมค่าชิ้นส่วนอื่นๆ อีกนะ สำหรับมุมมองทางธุรกิจ รถ BEV ยังดูเหมือนจะไม่คุ้มค่าที่จะผลิต”

 

 

ความล้มเหลวของ Toyota RAV4 EV หากจะโยนความผิดให้ทางฝั่งผู้ผลิตก็คงจะไม่ถูกสักเท่าไหร้ เพราะกระแสตอบรับของรถรุ่นนี้ก็ค่อนข้างดี แต่จู่ๆ กลับโดนตัดขาเรื่องสิทธิบัตร NiMH EV-95

ส่วนการจะกลับมาอีกครั้งด้วยแบตเตอรี่ลิเทียมก็ยังเร็วเกินไป ทำให้ทางผู้บริหารมองว่าไม่คุ้มที่จะลุยตลาดนี้

แต่อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ที่ผ่านมา Toyota เองก็ซุ่มพัฒนาแบตเตอรี่ชนิดใหม่ของตัวเอง ที่มีจุดเด่นชาร์จ 0-100% ใน 10 นาที ทำระยะทางได้ไกลถึง 500 กม. และเตรียมเปิดตัวพร้อมกับรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ในเร็วๆ นี้

ซึ่งท้ายที่สุดแล้วรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของ Toyota จะโดดเด่นแค่ไหน และจะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จในโลกของรถยนต์ไฟฟ้าได้หรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป…

 

ที่มา global.toyota,global.toyota, bangkokpost

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!