ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ เชื่อว่าหลายคนน่าจะได้ยินคำว่า TNGA อยู่บ่อยๆ ในข่าวสารยานยนต์ บางคนก็รู้ว่ามันคืออะไร แต่บางคนก็อาจจะแค่ได้ยินชื่อ ไม่ได้ใส่ใจมันมากนัก

TNGA คือตัวย่อของคำว่า Toyota New Global Architecture ซึ่งเป็นชื่อเรียกพื้นฐาน (Platform) ของรถยนต์จากค่าย Toyota

และเราก็จะเห็นได้ว่า ค่ายเจ้าตลาดเมืองไทย ภูมิใจนำเสนอพื้นฐานรถแบบใหม่นี้อย่างมาก

มาถึงจุดนี้ หลายคนก็อาจจะสงสัยแล้วว่าพื้นฐานดังกล่าวมันมีดีอย่างไร? รวมถึงมันต่างกันพื้นฐานเดิมๆ ก่อนหน้านี้อย่างไร?

 

 

ก่อนอื่นเราต้องรู้จักสิ่งที่เรียกว่า Modular platform กันก่อน

ในโลกของอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคหลัง หลายค่ายเลือกที่จะพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า Modular platform หรือโครงสร้างพื้นฐานของรถขึ้นมา เพื่อใช้ร่วมกันในหลายๆ รุ่น

สาเหตุที่พัฒนาขึ้นมา ก็เพื่อจะต่อยอดไปสร้างรถรุ่นอื่นๆ ภายในค่ายเดียวกัน ด้วยการเปลี่ยน หรือเพิ่มอะไรเข้าไปบน Modular platform ดังกล่าว

สิ่งนี้จะช่วยให้ผู้ผลิตลดต้นทุนการผลิตไปได้มาก เพราะไม่ต้องมาเสียเวลาขึ้นโครงรถทีละคันให้เสียทั้งเงินและเวลา

ซึ่ง TNGA ก็คือ Modular platform ที่เราพูดถึงนั่นเอง

 

 

จริงๆ การพัฒนา Modular platform ขึ้นมาเป็นสิ่งที่ค่ายอย่าง Volkswagen, Renault-Nissan-Mitsubishi หรือ Volvo ทำก่อนมานานแล้ว

หรือรถของ Nissan กับ Renault ที่เป็นค่ายพันธมิตรกันนั้น หลายๆ รุ่นก็แทบจะเป็นรุ่นเดียวกัน แค่เปลี่ยนยี่ห้อและทำตลาดในประเทศที่แตกต่างกันเท่านั้น

 

สำหรับ Toyota นั้น หากย้อนกลับไปสัก 10 ปีก่อน พวกเขาถูกมองว่ารถที่ขายอยู่นั้น มีแต่รถน่าเบื่อ ขับไม่สนุก ใช้เป็นยานพาหนะไปส่งถึงจุดหมาย แล้วก็จบ

แต่ด้วยปัจจัยด้านความทนทาน การซ่อมบำรุง และศูนย์บริการที่ดีเป็นเลิศ ก็ทำให้รถของพวกเขาขายดีอยู่เสมอมา

ถึงอย่างนั้น Toyota ก็เริ่มรู้ตัวว่า แม้จะเป็นที่ 1 แต่หากปล่อยให้ชื่อเสียงของแบรนด์เป็นแบบนี้ต่อไป จะส่งผลกระทบในระยะยาว

พวกเขาจึงต้องการกู้ชื่อเสียง และสร้างภาพลักษณ์ใหม่ว่ารถของ Toyota จะสลัด “ความน่าเบื่อ” ทิ้งไป

 

พวกเขาจึงตัดสินใจพัฒนา Modular platform ขึ้นมา โดยมีโจทย์ว่าต้องทำให้รถยุคใหม่ของ Toyota ต้องออกมาดีกว่าเดิมในทุกๆ ด้าน ไม่ใช่แค่ทนทานอย่างเดียว

และผลก็คือ TNGA ทำให้ Toyota สามารถผลิตรถรุ่นใหม่ๆ ออกมาได้เร็วขึ้นและมีคุณภาพที่ดี โดยที่ใช้ต้นทุนถูกลง

อย่างที่เราเห็นกันใน Toyota Corolla Cross ที่ใช้พื้นฐาน TNGA GA-C เหมือนกับ C-HR และ Corolla Altis

ทำให้รถดังกล่าว ถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วแ ละเปิดตัวในไทยเป็นที่แรกของโลกไปเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา

 

 

ประโยชน์ของ TNGA ต่อผู้บริโภค

อ้างอิงจากข้อมูลบนเว็บ Toyota พวกเขาระบุว่าโครงสร้าง TNGA ได้ปรับให้เปลี่ยนไปจากเดิมดังนี้

– ฐานล้อกว้างขึ้น

– ความสูงรถต่ำลง

– ระดับพื้นต่ำลง

– ระดับฝากระโปรงหน้าต่ำลง

– เพิ่มความแน่นและแข็งแรงให้โครงรถ และเพิ่มจุดเชื่อมของโครงรถ

– ใช้ช่วงล่างอิสระแบบปีกนกคู่ด้านท้าย

 

 

และผลที่ออกมานั้นทำให้รถของ Toyota ที่ถูกสร้างบนพื้นฐาน TNGA มีผลลัพธ์ดังนี้

–  จุดศูนย์ถ่วงของรถที่ต่ำลง ทำให้ลดอาการโคลงของรถ และช่วยให้ช่วงล่างรถดีขึ้นทั้งการเข้าโค้งและกาทรงตัว

– เพิ่มทัศนวิสัยให้ผู้ขับขี่ ลดจุดอับสายตา

– โครงรถที่แน่น และแข็งแรงขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวและเกาะถนนและความปลอดภัย

– ช่วงล่างให้ความนุ่มนวลมากขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งการเกาะถนนที่ดี

 

วิดีโอโปรโมท TNGA จาก Toyota

 

พื้นฐาน TNGA ถูกเปิดตัวออกมาครั้งแรกในตลาดโลกเมื่อปี 2015 กับ Toyota Prius โฉมรหัส XW50

และมันก็ถูกชมเชยว่าได้พลิกโฉมรถน่าเบื่ออย่าง Prius ให้เป็นรถที่ขับสนุกมากขึ้นจริง

ก่อนที่ Toyota จะค่อยๆ ปล่อยรถรุ่นใหม่บนพื้นฐาน TNGA ออกมาเรื่อยๆ ซึ่งคันแรกที่ไทยเราได้สัมผัสก็คือ C-HR ในปี 2018

ซึ่งเป็นรถที่หลายคนยอมรับว่ามันเป็นรถที่ขับสนุกขึ้น ต่างจาก Toyota ในอดีตอย่างเห็นได้ชัด

แต่ทั้งนี้ถึงจะเป็นพื้นฐาน TNGA เหมือนกัน แต่มันก็มีการแยกรหัสตั้งแต่ TNGA-B ไปจนถึง TNGA-L ตามขนาดตัวถังของรถ

ซึ่งวันนี้เราจะพาไปดูกันว่า มีรถรุ่นใดถูกสร้างขึ้นบ้าง ใน TNGA แต่ละรหัส

 

TNGA GA-B

โครงสร้างของ TNGA GA-B : สำหรับรถเครื่องวางตามขวาง ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า หรือ ขับเคลื่อน 4 ล้อ

GA-B เป็นพื้นฐานที่เพิ่งเปิดตัวออกมาสดๆ ร้อนๆ ในปี 2020 นี้ โดยเป็นพื้นฐาน TNGA ที่เล็กที่สุด

สำหรับรถที่สร้างขึ้นด้วยพื้นฐานนี้ประกอบไปด้วย

 

Yaris (เวอร์ชั่นยุโรป และญี่ปุ่น)

 

GR Yaris

 

TNGA GA-C

โครงสร้างของ TNGA GA-C : สำหรับรถเครื่องวางตามขวาง  ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า หรือ ขับเคลื่อน 4 ล้อ

GA-C ใช้เป็นพื้นฐานสำหรับรถขนาดกลาง หรือก็คือรถเก๋งกลุ่ม C-Segment และรถเอสยูวีกลุ่ม B-Segment

สำหรับรถที่สร้างขึ้นด้วยพื้นฐานนี้ประกอบไปด้วย

 

Corolla Altis

 

C-HR

 

Corolla Cross

 

Prius

 

Lexus UX

 

TNGA GA-K

โครงสร้างของ TNGA GA-K : สำหรับรถเครื่องวางตามขวาง ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า หรือ ขับเคลื่อน 4 ล้อ

GA-K ก็จะเป็นพื้นฐานสำหรับรถที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีก สำหรับรถเก๋งในกลุ่ม D-Segment และรถเอสยูวีในกลุ่ม C-Segment

สำหรับรถที่สร้างขึ้นด้วยพื้นฐานนี้ประกอบไปด้วย

 

Camry

 

Avalon

 

RAV4

Highlander

 

Harrier

 

Lexus ES

 

TNGA GA-N

โครงสร้างของ TNGA GA-N : สำหรับเครื่องวางตามยาว ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง หรือ ขับเคลื่อน 4 ล้อ

เป็นพื้นฐานที่มาแทน N Platform เดิมที่ Toyota ใช้สร้างรถหรูที่ใช้กับ Toyota รุ่นสูงและ Lexus หลายรุ่น

สำหรับรถที่สร้างขึ้นด้วยพื้นฐานนี้ประกอบไปด้วย

 

Toyota Crown

 

Toyota Mirai

 

TNGA GA-L

โครงสร้างของ TNGA GA-L : สำหรับรถเครื่องวางตามยาว ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง หรือ ขับเคลื่อน 4 ล้อ

พื้นฐานสำหรับรถระดับ Luxury High-end ที่สุดของ Toyota

สำหรับรถที่สร้างขึ้นด้วยพื้นฐานนี้ประกอบไปด้วย

 

Lexus LC

 

Lexus LS

 

e-TNGA

เป็นพื้นฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ Toyota กำลังพัฒนาอยู่ในปัจจุบันร่วมกับ Subaru, Suzuki และ Daihatsu

โดยจะพัฒนาขึ้นมาสำหรับรถทุกขนาดตั้งแต่ Compact Car ไปจนถึง SUV ขนาดใหญ่

คาดว่าเราจะได้เห็นรถในพื้นฐานนี้เปิดตัวออกมาในอีก 3-5 ปีที่จะถึงนี้

 

.

.

.

 

และไม่ใช่แค่ TNGA แต่ยังมี

DNGA : Daihatsu New Global Architecture

จริงๆ แล้ว Toyota มีพื้นฐาน TNGA สำหรับรถเล็กที่เล็กว่า GA-B แต่พวกเขาใช้ชื่อ Daihatsu แทนด้วยสาเหตุเพราะ

– ตลาดรถที่เล็กกว่าขนาด GA-B นั้นเป็นที่นิยมแค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่ง Daihatsu มีชื่อเสียงด้านรถเล็กมากกว่า Toyota ที่ญี่ปุ่น

– Toyota เป็นเจ้าของหุ้น Daihatsu แบบเบ็ดเสร็จ 100% จึงต้องการโปรโมทชื่อของ Daihatsu ไปด้วย

จึงเป็นที่มาว่าทำไมถึงใช้ชื่อ DNGA แทน TNGA นั่นเอง

สำหรับรถบนพื้นฐาน DNGA ปัจจุบันมีขายอยู่เฉพาะแค่ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ตัวอย่างดังนี้

 

Daiahtsu Mira e:S

 

Daihatsu Tanto

 

Daihatsu Rocky

 

Toyota Raize

 

และนี่ก็เป็นเกร็ดความรู้ของพื้นฐาน TNGA จาก Toyota ค่ายรถเบอร์ 1 ของโลกเราในปัจจุบัน

ผู้อ่านคนไหนที่เคยมีประสบการณ์ขับขี่รถที่เราว่าไปเหล่านี้แล้ว คิดว่ามันดีขึ้นจากในอดีตจริงอย่างที่ Toyota ได้กล่าวเอาไว้หรือไม่!?

สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับ

 

ที่มา : toyota

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...