ย้อนกลับไปเมื่อสองเดือนก่อนทาง Toyota สหรัฐอเมริกา ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ออกมาในชื่อ Toyota Venza ซึ่งเป็นรถ SUV รุ่นใหม่ของค่ายออกมา

ล่าสุดตัวรถได้เปิดราคาขายที่สหรัฐฯ ออกมาแล้ว โดยรุ่นย่อย LE รุ่นเริ่มต้นนั้นจะมีราคาเริ่มที่ 33,645 ดอลลาร์ (ราว 1.06 ล้านบาท)

ส่วนรุ่นย่อยกลางอย่าง XLE เริ่มต้นที่ 37,175 ดอลลาร์ฯ (ราว 1.17 ล้านบาท)

และรุ่นย่อยตัวท็อป Limited เริ่มต้นที่ 40,975 ดอลลาร์ฯ (ราว 1.29 ล้านบาท)

*ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีหากนำเข้าไทย

 

อีกทั้งยังมีการปล่อยภาพรถคันจริงออกมาให้ชมกันด้วย

 

สำหรับ Toyota Venza คันนี้ถ้าใครติดตามรถใหม่ๆ ของค่ายสามห่วงจะทราบว่ามันคือรุ่นเดียวกับ Toyota Harrier ที่ทำตลาดในญี่ปุ่น แต่ทางสหรัฐฯ ได้นำมาเปลี่ยนชื่อใหม่

Toyota Venza นั้นถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Mid-size Crossover SUV โดยที่อเมริกานั้นจะถูกวางตำแหน่งการตลาดสูงกว่า RAV4 แต่ต่ำกว่า Highlander

 

 

ขนาดมิติของรถนั้นอยู่ที่ 4,740 x 1,855 x 1,660 มม. (ยาว x กว้าง x สูง) ระยะฐานล้อ 2,690 มม.

Toyota Venza ถูกสร้างขึ้นบนแพลทฟอร์ม TNGA-K โดยใช้ช่วงล่างแบบ Multi-link ที่ทางค่ายสามห่วงระบุว่าให้ทั้งความนุ่มนวลและเงียบในการขับขี่

ซึ่งแพลทฟอร์มตัวนี้จะเป็นตัวเดียวกับที่ใช้ในรุ่น Camry, Avalon, RAV4 หรือ Highlander ที่ได้รับคำชมว่าให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ดีขึ้นจากเดิม และมีโครงสร้างที่เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น

 

 

-ขุมพลังของ Toyota Venza นั้นมีออกมาให้เลือกเพียงทางเลือกเดียว ซึ่งเป็นขุมพลังเบนซิน 2.5 Hybrid รายละเอียดดังนี้

เบนซิน 2.5 Hybrid

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.5 ลิตร มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว และแบตเตอรี Lithium-ion ติดตั้งอยู่บริเวณใต้เบาะผู้โดยสารด้านหลัง

เมื่อทุกระบบทำงานร่วมกันจะให้กำลังสูงสุดที่ 219 แรงม้า และมีอัตราบริโภคน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 17 กม./ลิตร

รถมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อไฟฟ้า แบบ On-demand all-wheel drive

ซึ่งทางค่ายระบุว่าการไม่ต้องรอรอบของมอเตอร์ไฟฟ้าจะช่วยเพิ่มการตอบสนองการเหยียบคันเร่งได้ดียิ่งขึ้นกับการใช้รถในชีวิตจริง

 

 

ภายในของ Toyota Venza จะติดตั้ง Infotainment จอสัมผัสขนาด 8.0 นิ้วมาให้ในรุ่นย่อย LE และ XLE สำหรับรุ่นสูงกว่านั้นจะได้เป็นจอที่ใหญ่ขึ้นเป็น 12.3 นิ้ว

แต่ถึงอย่างนั้นทั้งสองขนาดก็รองรับกับการเล่นสื่อเต็มรูปแบบ รวมถึงการเชื่อมต่อครบทั้ง Apple CarPlay, Android Auto และ Amazon Alexa

ด้านความปลอดภัยก็มาพร้อมกับมาพร้อมกับ Toyota Safety Sense ที่จะประกอบไปด้วย Adaptive Cruise Control, ระบบเปิดไฟสูงอัตโนมัติ และระบบแจ้งเตือนจุดบอดรถ เป็นต้น

 

.

 

สำหรับใครที่หวังอยากให้รถรุ่นนี้เข้าไทยก็อาจต้องผิดหวัง เพราะดูแล้วน่าจะไม่เข้าไทยอย่างแน่นอน เนื่องจากจะไปทับไลน์กับ Toyota Fortuner เข้าเต็มๆ

ฉะนั้นใครที่อยากเป็นเจ้าของรถรุ่นนี้ก็อาจจะต้องใช้บริการกับดีลเลอร์นำเข้า Grey Market อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ…

 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

ที่มา : carscoops

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...