เนื่องจากเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจ มีอิทธิพลสูง ทำให้สหรัฐอเมริกาต้องข้องเกี่ยวกับนโยบายทางด้านสิ่งแวดล้อม และโดนจับตามองจากทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

แคลิฟอร์เนีย เป็นรัฐแรกที่นำร่องในเรื่องของพลังงานสะอาด มานับตั้งแต่ปี 1960 และล่าสุดมีรัฐที่เข้าร่วมแนวทางของพวกเขารวมเป็น 11 รัฐ

อย่างไรก็ตาม แต่ละรัฐนั้นยังไม่สามารถทำให้รถยนต์น้ำมัน หมดไปได้เลยเสียทีเดียว แม้กระทั่งแคลิฟอร์เนียเองก็ตาม

แต่ล่าสุด “วอชิงตัน” เป็นรัฐที่ 12 ที่เข้าร่วมนโยบายพลังงานสะอาด ด้วยการผ่านผ่านร่างกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้

ร่างกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ จะเข้มงวดเรื่องการปล่อยไอเสียจากรถยนต์มากขึ้น และอาจนำไปสู่การแบนรถเครื่องยนต์สันดาปในวอชิงตันอีก 10 ปีข้างหน้า!!

 

ที่วอชิงตันกำลังเกิดอะไรขึ้น?? พวกเขาจะทำอย่างไรเพื่อเป้าหมายการเป็น “รัฐปลอดรถยนต์น้ำมัน” Magcarzine.com ขอสรุปให้ได้อ่านกันครับ…

 

 

จากมาตรฐานสิ่งแวดล้อมแคลิฟอร์เนีย ถึงวอชิงตัน

– หลังจากรัฐแคลิฟอร์เนียออกกฎควบคุมมลพิษช่วงปี 1960 ที่รัฐวอชิงตันเองก็ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะพวกเขาก็กำลังถูกปัญหาเรื่องมลพิษทางอากาศเล่นงานเช่นกัน

 

– ปี 1982 รัฐวอชิงตันออกกฎว่า รถทุกคันที่จะจดทะเบียนหรือต่อทะเบียนจะต้องผ่านการตรวจมาตรฐานไอเสียทุกครั้ง

แต่อย่างไรก็ตาม กฎดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไปเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2020 หลังจากถูกใช้มานานกว่า 38 ปี

หน่วยงานทางด้านสิ่งแวดล้อมของวอชิงตันให้เหตุผลว่า รถรุ่นใหม่นั้นแทบจะไม่มีคันไหนที่ค่าไอเสียไม่ผ่านมาตรฐานเลย

ดังนั้นเพื่อให้อากาศของพวกเขาสะอาดยิ่งขึ้นไปอีก จึงได้มีการนำมาตรฐานไอเสียแบบใหม่มาใช้

 

– มาตรฐานไอเสียใหม่ที่ว่านี้ก็อ้างอิงมาจากแคลิฟอร์เนียเหมือนเดิม แต่ปรับให้เหมาะสมยิ่งขึ้น พวกเขาเริ่มทดลองใช้ครั้งแรกเมื่อปี 2005 ก่อนจะบังคับอย่างเป็นทางการในปี 2008

 

– การบังคับใช้มาตรฐานไอเสียฉบับใหม่ ควบคู่ไปกับฉบับเมื่อปี 1982 กลายเป็นมาตรฐานของรัฐพวกเขาเอง ทำให้ยอดจดทะเบียนรถใหม่ที่วอชิงตันลดลงจาก 1.3 ล้านคัน/ปี เหลือแค่ 750,000 คันในปี 2018

 

 

เพิ่มนโยบายใหม่ จี้ผู้ผลิตด้วย

– เริ่มมีการมองว่า มาตรฐานไอเสียของวอชิงตันในปี 2005 เป็นการเอาแคลิฟอร์เนียโมเดลมาใช้เพียงบางส่วนเท่านั้น แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันก็เป็นการบีบไปที่ผู้บริโภคฝ่ายเดียว

ขณะที่ผู้ผลิตก็ทำรถมาตรฐานเดิมๆ ออกมาขาย คนซื้อก็มีทางเลือกเท่าเดิม โดยที่ผู้ผลิตไม่ได้สนใจจะทำรถปลอดมลพิษออกมาแต่อย่างใด

ดังนั้นจึงได้มีการเสนอให้เพิ่มโปรแกรม Zero Emission Vehicle (ZEV) เข้าไปด้วย

 

โปรแกรม Zero Emission Vehicle (ZEV) คืออะไร??

– Zero Emission Vehicle (ZEV) จะบังคับให้ผู้ผลิตรถยนต์ที่จะส่งรถเข้ามาขายในรัฐ ต้องสะสมเครดิตให้ได้สัดส่วนตามที่กำหนด ไม่เช่นนั้นจะต้องจ่ายภาษีที่แพงขึ้น ในฐานะที่เป็นตัวการปล่อยมลพิษในรัฐ

เครดิตที่ว่านี้ก็มาจากรถที่เข้านิยามของ Zero Emission Vehicle ได้แก่รถไฮบริด, รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่, รถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง บวกกับระยะทางที่รถเหล่านี้ทำได้

โดยมีข้อกำหนดว่าค่ายรถจะต้องทำเครติดรวม(ระยะทาง+ยอดขายรถ)ให้ได้ 7% จากยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในรัฐ และต้องมีเครติดเฉพาะยอดขายอีกประมาณ 3-4% ด้วยกัน

 

ยกตัวอย่างเช่น…

ค่าย A มียอดขายรถในแคลิฟอร์เนีย 100,000 คัน

หมายความว่าพวกเขาต้องมีเครดิตรวม 7,000 คะแนน (7% ของ 100,000)

และเครดิตจากยอดขาย “รถปลอดมลพิษ” อีกประมาณ 4,000 คะแนน (4% ของ 100,000)

ซึ่งหากทำไม่ได้ตามเป้า ในปีหน้าจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น หรืออาจต้องซื้อเครดิตจากค่ายอื่นมาเพิ่มแทนครับ

 

 

– ก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ มีการเสนอนโยบายแบนรถยนต์น้ำมันในวอชิงตันภายในปี 2030 แต่มีเสียงไม่เห็นด้วยจากสภาร่าง จึงไม่ถูกนำมาพิจารณาต่อ

– จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา มีข่าวว่าสภาวอชิงตันกำลังจะผ่านร่างกฎหมายสิ่งแวดล้อมใหม่ ซึ่งจะเพิ่มโปรแกรม ZEV เข้าไปด้วย ซึ่งคราวนี้มีโอกาสสำเร็จมากยิ่งขึ้น

– พวกเขามองว่า หากร่างกฎหมายใหม่นี้ผ่าน จะช่วยเพิ่มยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของฝั่งตะวันตกได้ถึง 8% ในปี 2025 และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซน์ได้เกือบ 4 เท่า

 

 

 

หากคิดเฉพาะนโยบายนั้น การค่อยๆ ขยับมาตรการสิ่งแวดล้อมให้เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ จนทำไปสู่การแบนรถยนต์น้ำมันอย่างที่มีความพยายามในรัฐวอชิงตัน และรัฐอื่นๆ อีกกว่า 13 รัฐ

ในมุมหนึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีกับสิ่งแวดล้อม และอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการรถยนต์ อุตสาหกรรมก็เป็นได้ เพราะอย่าลืมว่า “สหรัฐฯ” ก็คือฐานผลิตรถยนต์น้ำมันรายใหญ่ของโลกเช่นกัน

ถ้าเปลี่ยนไปผลิตรถปลอดมลพิษหมด เท่ากับว่าพวกเขาจะเป็นคนกำหนดทิศทางตลาดรถยนต์ของโลก และเป็นต้นแบบที่น่าสนใจ

แต่ในความเป็นจริงแล้วมันอาจไม่เรื่องง่าย เพราะอย่างไรก็ตามสำหรับบริษัทแล้ว ยอดขายและกำไรต้องมาก่อนเสมอ

ขณะที่ในส่วนภาครัฐ นโยบายที่จะบังคับใช้ ก็ต้องผ่านการถกเถียงและพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเสียก่อน แถมยังต้องช่วยพยุงไม่ให้ธุรกิจยานยนต์ยักษ์ใหญ่ขาดทุน เพราะนั่นมันหมายถึงผลกระทบไปยังเศรษฐกิจทั้งระบบ

 

การทำให้รัฐวอชิงตันปลอดรถยนต์น้ำมัน จะเป็นเรื่องที่ทำได้สำเร็จเป็นรัฐแรกของประเทศหรือไม่!?

หรือจะมีรัฐในไหนประเทศสหรัฐอเมริกา ที่สามารถบรรลุเป้าหมายเรื่องนี้ได้เป็นที่แรก

คงเป็นเรื่องน่าสนใจ ที่เราต้องติดตามกันต่อไปครับ…

 

ที่มา electrek,ecology (1),(2),(3), ucsusa

Advertisement

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!