สรุปความเคลื่อนไหว “ยานยนต์ไฟฟ้าคนไทย” จากรถยนต์ถึงมอเตอร์ไซค์ และสถานีชาร์จหน้า 7-Eleven

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน หากพูดถึงรถที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% หรือที่เรียกกันว่า EV หลายคนอาจจะนึกถึงภาพของยานพาหนะ คันเล็กๆ ที่อาจใช้งานได้แค่ระยะทางสั้นๆ เท่านั้น

แต่ ณ เวลานี้ โลกของ EV กลับก้าวไปไกลอย่างมาก มันกลายเป็นรถที่สามารถใช้งานได้จริง มีประสิทธิภาพ ทั้งยังสวยงามน่าดึงดูด ไม่แพ้รถเครื่องยนต์เชื้อเพลิงแต่อย่างใด

หรือทางภาครัฐของหลายๆ ประเทศเองก็มีการออกนโยบายเพื่อให้ประชาชนหันมาใช้รถประเภทนี้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

หันกลับมามองที่บ้านเรากันบ้าง ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ มีรถไฟฟ้าจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาทำตลาดในบ้านเรา ไล่ตั้งแต่ Nissan Leaf ไปจนถึง MG ZS EV ที่เพิ่งเปิดตัวไป

อย่างไรก็ตาม ตลาด EV ในบ้านเรานั้นไม่ได้มีแค่ค่ายรถจากต่างประเทศเท่านั้นที่ส่งรถเข้ามาทำตลาด แต่บริษัทสัญชาติไทยเองก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ เช่นกัน

ซึ่งในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ พวกเขามีการขยับตัวอย่างไรกันบ้าง เราได้สรุปข่าวคราวมาให้คุณผู้อ่านทราบกันแล้วครับ…

 

 

VERA รถยนต์ไฟฟ้าโดยบริษัทของคนไทย

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2017 บริษัท วีราออโตโมทีฟ จำกัด (VERA AUTOMOTIVE) เปิดตัว VERA V1 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก ชูจุดเด่นที่ “รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ไทย”

VERA V1 ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 15/30 กิโลวัตต์ (kW) ให้แรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร (Nm) ทำระยะทางได้ไกลสุด 180 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง และทำความเร็วสูงสุดได้ 105 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ใช้ตัวถังแบบเดียวกับ GEELY GX2 แฮชแบค 5 ปรตูสัญชาติจีน ในส่วนของระบบความปลอดภัยนั้น ติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้าและระบบเบรค ABS มาให้

 

 

GEELY GX2 แฮชแบค 5 ปรตูสัญชาติจีน

 

VERA V1 เปิดตัวมาด้วยราคา 945,000 บาท พร้อมการรับประกัน 2 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร แม้ทางผู้บริหารจะให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า พวกเขาโฟกัสไปที่ลูกค้าแบบเฉพาะกลุ่ม และเน้นคนที่สนใจเทคโนโลยีใหม่ๆ

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามแม้มันจะเป็นรถจากบริษัทของไทย แต่ด้วยความที่มันเป็นรถนำเข้าแบบ OEM และชิ้นส่วนกว่า 70% ถูกประกอบในประเทศจีน (ที่เหลืออีก 30% นำเข้ามาประกอบในบ้านเรา)

จึงไม่แปลกที่ค่าตัวจะพุ่งถึงเกือบ 1,000,000 บาท

หากจะบอกว่า VERA V1 เกิดไม่ถูกเวลา และวางตำแหน่งของตัวเองไม่เหมาะสมก็คงจะพอพูดได้ เนื่องจากในช่วงนั้น กระแสของรถยนต์ไฟฟ้ายังไม่เป็นที่รู้จักมาก

พวกกับต้นทุนที่สูง และราคาที่สูง(มากๆ) จึงทำให้ไม่นานหลังจากเปิดตัวได้เพียง 1 ปี ทางผู้บริหารก็ออกยอมรับว่าเจ้า VERA V1 คงต้องชะลอการทำตลาดออกไปก่อน

“ปีที่แล้ว(2017) เราประกาศทำรถยนต์ไฟฟ้า VERA V1 แต่ถึงวันนี้มีปัญหาเรื่องต้นทุนแบตเตอรี่ที่มีราคาแพง และการสนับสนุนจากภาครัฐไม่เพียงพอ ทำให้ตัดสินใจชะลอแผนดังกล่าวออกไปก่อน” 

นายวันชัย มีศิริ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท วีรา ออโตโมทีฟ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฐานเศรษฐกิจ

 

ภาพภายในของ VERA V1

 

เป็นธรรมดาของโลกธุรกิจ ที่เมื่อของเก่าจากไปย่อมมีของใหม่เข้ามาแทนที่ และก็เป็นเรื่องธรรมดาอีกเช่นกัน ที่บางครั้งของใหม่อาจจะได้รับการตอบรับที่ดีกว่า…

 

Mine Mobility จาก EA

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดตัวรถไฟฟ้าของพวกเขาครั้งแรกที่งานมอเตอร์โชว์ 2018 โดยส่งทำตลาดภายใต้แบรนด์ MINE Mobility 

ในงานครั้งนั้น ทางค่ายได้นำเอารถต้นแบบถึง 3 รุ่นมาจัดแสดงด้วยกันคือ City EV Concept รถซิตี้คาร์ 4 ประตู, รถเอนกประสงค์ MPV EV- Concept และสปอร์ตอย่าง Sport EV Concept 

 

Sport EV Concept

 

City EV Concept

 

ก่อนที่ในงานมอเตอร์โชว์ปีนี้ (2019) จะเปิดให้สั่งจองรถรุ่นแรกของทางค่ายอย่าง MINE SPA 1 ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี กวาดยอดจองไปได้ถึง 4,558 คัน

 

MPV EV- Concept รถต้นแบบของ MINE SPA 1

 

โปเจกต์ MINE Mobility ของ EA นั้นแตกต่างจาก VERA เนื่องจากมีการทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาทในการวิจัยและพัฒนา ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2017

ก่อนจะตั้งเป็นบริษัท MINE Mobility Research Co., Ltd. ขึ้นเพื่อรับผิดชอบรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ แถมยังมีการตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทย และตั้งเป้าหมายผลิตรถรุ่นแรกออกจำหน่ายในช่วงปลายปี 2562 นี้

ซึ่งต้องรอดูกันว่า เมื่อรถออกมาให้ใช้งานจริงๆ และเปิดขายอย่างเป็นทางการ จะมีผลตอบรับในแง่บวกหรือลบมากน้อยเพียงใด…

 

EA ไม่เป็นบริษัททางด้านพลังงานรายเดียวเท่านั้นที่ให้ความสนใจกับยานยนต์ไฟฟ้า แต่ยักษ์ใหญ่ทางด้านพลังงานของไทยอย่าง ปตท. เองก็หันมาให้ความสนใจด้วยเช่นกัน

พร้อมร่วมลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพ และเตรียมปล่อยมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเข้าสู่ตลาดในเร็วๆ นี้ด้วย

 

และสตาร์ทอัพที่ว่านั้นก็คือ Etran น้องใหม่ในวงการ 2 ล้อ

Etran เปิดตัวครั้งแรกด้วยรถมอเตอร์ไซค์ในรุ่น ETRAN PROM ตั้งเป้าเจาะกลุ่มบริการสาธารณะ และจักรยานยนต์รับจ้าง

ต่อมาทางค่ายมีความตั้งใจบุกตลาดรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป โดยเปิดตัวรถในรุ่น ETRAN KRAF ในงานมอเตอร์เอ็กโปร์ 2018 ซึ่งรถในรุ่นนี้ได้รับความร่วมมือจากทางบริษัท ปตท. อีกด้วย

ETRAN KRAF เป็นมอเตอร์ไซค์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% มาในสไตล์นีโอคาเฟ่แบบเท่ๆ

รถคันนี้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงอยู่ที่ 5.2 วินาที

และทำระยะทางได้ไกลสุด 180 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

 

 

จากรายงานล่าสุด ความเป็นไปได้ที่เราจะเห็น ETRAN KRAF ออกมาวิ่งบนท้องถนน อาจจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้

หลังจากที่พันธมิตรอย่าง ปตท. ออกมาเปิดเผยว่าเตรียมจะส่งรถ 10 คันแรกออกสู่ตลาด และขณะนี้มีผู้สนใจสั่งซื้อล็อตใหญ่ประมาณ 3,000 คันด้วยกัน

แต่ปัญหาในตอนนี้ก็คือ ต้นทุนการผลิตที่สูงกว่า 100,000 บาทต่อคัน ซึ่งมีการเปิดเผยว่าหากลดต้นทุนเหลือประมาณ 70,000 บาทต่อคัน คาดว่าน่าจะสามารถผลิตแบบแมสโปรดักชั่น เพื่อขายให้กับคนทั่วไปได้

ซึ่งเราก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าพวกเขาจะสามารถลดต้นทุนลงมาได้มากน้อยเพียงใด และการวางขายในระดับแมส จะเป็นไปได้ด้วยดีหรือไม่

 

 

ความเคลื่อนไหวของบริษัทในวงการ EV บ้านเราช่วงที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวในวงการยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศได้ไม่น้อย

และนอกจากการลงทุนในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าแล้ว ทั้ง 2 บริษัททางด้านพลังงานอย่าง EA และ ปตท. เองยังมีการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับวงการ EV อีกด้วย

ตัวอย่างเช่น การทำธุรกิจสถานีอัดประจุไฟฟ้าของ EA ภายใต้แบรนด์ EA Anywhere ซึ่งล่าสุดมีข่าวประกาศจับมือกับ 4 พันธมิตรรายใหญ่คือ คาลเท็กซ์, ซีพี ออล์, บริดจสโตน  และโรบินสัน เพื่อขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศ

และสิ่งที่ทำให้ดีลครั้งนี้กลายเป็นที่ฮือฮาก็คือ การตั้งสถานีชาร์จไฟนำร่อง 21 แห่งหน้า 7-Eleven โดยทางบริษัทมั่นใจว่าจะเปิดให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าครบ 1,000 สถานีภายในปีนี้

แล้วพอพูดถึงแบรนด์ซีพี ก็ต้องพูดถึงแบรนด์ MG ที่พวกเขาพยายามนำร่องรถยนต์ไฟฟ้าในราคา 1 ล้านบาท ซึ่งแม้จะยังแพงเมื่อเทียบกับต่างประเทศ

แต่ถ้าเทียบกับรถในระดับที่ “ใช้งานได้จริง” ในไทยแล้วล่ะก็ ถือว่าราคาเปิดตัวนั้นค่อนข้างน่าดึงดูดกว่าหลายๆ รุ่น แล้วมีโอกาสประสบความสำเร็จเป็นเจ้าแรกๆ ในด้านยานยนต์ไฟฟ้าก็เป็นได้

ส่วนบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของประเทศอย่าง ปตท. เองก็มีนโยบายการลงทุนในกลุ่มธุรกิจ Electricity Value Chain ซึ่งประกอบด้วย

– การผลิตไฟฟ้า

– ระบบกักเก็บพลังงาน

– สถานีอัดประจุไฟฟ้า

– และยานยนต์ไฟฟ้า

ทั้งนี้ก็เป็นแผนการณ์เพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่จะเปลี่ยนไปในอนาคต

ซึ่งหากกระแสยานยนต์ไฟฟ้าได้รับการตอบรับมากขึ้น พวกเขาก็จะพร้อมเริ่มต้นเปลี่ยนสถานีให้บริการน้ำมัน 1,800 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้บริการจุดชาร์จไฟเพิ่มเติมได้

 

หากพิจารณาจากจากความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ ภาพของรถไฟฟ้าที่ออกมาวิ่งมากมายบนท้องถนนที่หลายคนอยากจะเห็น อาจจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เราคิดก็เป็นได้…

 

เรียบเรียง: ณัฐกร หอมรื่น

ที่มา veraauto, thansettakij, mgronline, energyabsolute, etrangroup, techsauce, etrangroup

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!