หากพูดถึง “ค่ายผู้ผลิตรถยนต์” ประเทศใดที่แว่บขึ้นมาในหัวของคุณเป็นชาติแรกๆ !?

ก็คงจะหนีไม่พ้นยักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง เยอรมนี และญี่ปุ่น หรืออาจจะเป็นชาติที่ใหญ่รองลงมาอย่าง อเมริกา อังกฤษ อิตาลี ฝรั่งเศส หรือกระทั่งจีน

 

เหล่าค่ายผู้ผลิตในประเทศที่ว่ามา มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานในวงการยานยนต์ บางเจ้าอยู่มานานเกิน 100 ปีด้วยซ้ำ

แบรนด์ของพวกเขาจึงเติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก (อาจจะยกเว้นจีนที่เน้นผลิตขายในประเทศตัวเอง)

หากเราไม่นับ Tesla ที่มี Elon Musk คนดังเป็นเจ้าของแบรนด์ การที่จะมีแบรนด์เกิดขึ้นมาใหม่ในยุคนี้และสร้างความเชื่อมั่นให้คนหันมาใช้รถของพวกเขา เป็นเรื่องที่ยากมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์จากประเทศที่ไม่ได้มีประวัติศาสตร์ยาวนานด้านการผลิตยานยนต์ ยิ่งยากไปใหญ่

 

แต่เมื่อปี 2017 ได้มีผู้ผลิตรถยนต์ค่ายหนึ่งเกิดขึ้นมาใหม่ แถมที่น่าสนใจคือ มันเป็นแบรนด์ที่เกิดจากประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงกับไทยอย่าง “เวียดนาม”

วันนี้เราจะพาผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักกับ “VinFast” แบรนด์รถยนต์แห่งชาติเวียดนามกันครับ…

 

 

VinFast แบรนด์รถยนต์สัญชาติเวียดนามค่ายแรก

VinFast คือหนึ่งบริษัทในเครือของ VinGroup บริษัทกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ของประเทศ

VinGroup นั้นมีธุรกิจในเครือที่หลากหลายมาก ทั้งด้านอสังหาริมทรัพย์, ห้างสรรพสินค้า, ซูเปอร์มาร์เก็ต, โรงเรียน, โรงพยาบาล และอื่นๆ อีกมากมาย

(ถ้าจะเปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายๆ ว่าพวกเขาคือ CP แห่งเวียดนามก็ว่าได้)

 

จนกระทั่งในปี 2017 VinGroup ได้เกิดความคิดที่ความคิดอย่างหนึ่งขึ้นมาว่า บริษัทก็มีอยู่หลายธุรกิจแล้ว “ทำไมเราไม่สร้างรถยนต์ขึ้นมาล่ะ?”

เพราะมองเห็นว่ายอดขายรถยนต์ในเวียดนามกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ในตลาดกลับมีแต่รถจากเมืองนอกทั้งสิ้น

VinFast จึงกำเนิดขึ้นมาในเดือนมิถุนายน 2017 โดยมีคอนเซปต์ว่าเป็น “รถแห่งชาติเวียดนาม”

 

พวกเขารู้ตัวว่าไม่มีประสบการณ์ในวงการนี้ แต่พวกเขามีเงิน จึงไม่รอช้า ทุ่มเงินมหาศาลจ้าง Jim DeLuca อดีตหัวหน้าฝ่ายผลิตจาก General Motors มานั่งซีอีโอให้กับ VinFast

พร้อมทั้งทุ่มเงินจำนวน 112,000 ล้านบาท เปิดโรงงานผลิตถึง 5  โรงงานในนครหายฟ่อง ที่เป็นแหล่งประกอบรถยนต์ขนาดใหญ่ของเวียดนาม

 

 

 

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่

ผ่านไปหนึ่งปีหลังก่อตั้งแบรนด์ ในที่สุด VinFast ก็พร้อมจะอวดโฉมรถของพวกเขาให้โลกได้ยลโฉมและรู้จักพวกเขาแล้วในปี 2018

VinFast ได้เลือกเปิดตัวรถของพวกเขาเป็นครั้งแรกที่งาน Paris Motor Show 2018 ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งก็เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย

โดยรถมี 2 รุ่นด้วยกัน ประกอบไปด้วย VinFast A2.0 ที่เป็นรถเก๋งซีดาน และ VinFast SA2.0 ที่เป็นรถเอสยูวี

ไม่เพียงแค่นั้น พวกเขายังจัดเต็ม ทุ่มเงินจ้าง David Beckham ซูเปอร์สตาร์แห่งวงการฟุตบอลที่มีชื่อเสียงระดับโลก มาร่วมงานเปิดตัว

ถ้าคิดว่าแค่นั้น ก็ยังไม่พอ มีการเชิญ Tran Tieu Vy เจ้าของตำแหน่ง Miss Vietnam 2018 ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากในเวียดนาม

และรถคันนี้ก็เรียกความสนใจได้อย่างมาก จากทั้งสื่อของตะวันตก สื่อของชาติตะวันออก สื่อเพื่อนบ้าน รวมถึงสื่อของเวียดนามเอง

เพราะนี่คือผลงานจากค่ายที่ไม่มีชื่อมาก่อน จากประเทศเล็กๆ ในแถบอาเซียน

แต่กล้าพอที่จะนำของมาเปิดตัวให้ชาวตะวันตกได้ชม และตั้งใจจะขายมันให้ได้จริงๆ

 

งานเปิดตัว VinFast ใน Paris Motor Show 2018

 

David Beckham และ Tran Tieu Vy ถูกเชิญมาในงานเปิดตัว

 

ตัวรถถูกวางให้เป็นรถหรู กลิ่นอายความเป็นยุโรปมาเต็ม

หากคุณคิดว่าแบรนด์รถแห่งชาติของเวียดนาม จะทำรถออกมาเพื่อให้คนในชาติเข้าถึงได้ง่ายนั้น คุณคิดผิดแล้ว…

เพราะรถสองรุ่นแรกของ VinFast นั้น ถูกวางไว้เป็นรถหรูเทียบเท่ารถยุโรปกันเลยทีเดียว

โดยราคาของรถทั้งสองรุ่นเปิดมาที่ราคาประมาณ 1.85 ล้านบาท สำหรับรุ่นซีดาน

ส่วนรุ่นเอสยูวีอยู่ที่ประมาณ 2.46 ล้านบาท กันเลยทีเดียว.. ราคานี้ชนชั้นกลางคงต้องปาดเหงื่อ และไม่อยากซื้อมันแน่ๆ

 

 

ด้านดีไซน์ของรถนั้นทางบริษัทได้เปิดโอกาสให้ประชาชนจำนวน 65,000 คน เลือกโหวตแบบรถ 20 แบบ จาก 4 สำนักออกแบบ

โดยคอนเซปต์ที่ถูกเลือกมากที่สุดในการโหวตนั้น เป็นการออกแบบจาก ItalDesign สำนักออกแบบสัญชาติอิตาลี ที่เคยออกแบบรถให้ Volkswagen, Audi และ Lamborghini เป็นต้น

 

 

จากนั้นคอนเซปต์รถตัวแรกก็ถูกนำไปปรับโดย Pininfarina สำนักออกแบบรถจากอิตาลีเช่นกัน และเคยออกแบบรถให้กับ Ferrari, Alfa Romeo, Jaguar และอีกมากมายหลายค่าย

เท่ากับว่า การออกแบบรถ VinFast A2.0 และ VinFast SA2.0 ก็ได้ฝีมือของชาวยุโรปมาเต็มๆ ยิ่งเป็นค่ายที่มีผลงานในรถหรูมาก่อนแล้ว ยิ่งไม่ต้องแปลกใจว่าเหตุใดจึงมีกลิ่นรถยุโรป

 

แต่ถึงอย่างนั้น กระจังหน้าของตัวรถนั้นก็โค้งลงเป็นตัว V ที่นอกจากจะบ่งบอกแบรนด์ VinFast แล้ว มันยังบ่งบอกถึงประเทศเวียดนามอีกด้วย

 

 

ไม่ใช่แค่ดีไซน์เท่านั้นที่มาจากยุโรป โครงสร้างรถก็เช่นกัน..

ตัวรถของทั้งสองรุ่นยังถูกสร้างอยู่บนพื้นฐานของ BMW Series 5 และ BMW X5

รวมถึงเครื่องยนต์ ที่ทาง VinFast ก็ซื้อลิขสิทธิ์การผลิตมาจาก BMW

ดูเหมือน VinFast จะมองว่า ในเมื่อมองเห็นว่าการพัฒนาเองนั้นจะทำให้เสียทั้งเวลาและเงินแล้ว แถมยังไม่รับประกันว่ารถที่ทำออกมาจะพอสู้กับรถที่มีอยู่ในตลาดตอนนี้หรือไม่

พวกเขาเลือกที่จะใช้เงินแก้ปัญหา โดยการเดินตามรอยผู้นำเสียดีกว่า เพราะเป้าหมายของ VinFast ไม่ใช่แค่การก้าวเป็นที่หนึ่งในเวียดนามเท่านั้น แต่เป็นทั่วโลกเลยต่างหาก…

 

ต้องการเป็น “ความภาคภูมิใจของชาวเวียดนาม”

การวางตำแหน่งของรถตัวเองไว้สูง จะเป็นผลดีหรือผลเสีย พวกเขาจะประสบความสำเร็จในตลาดรถยนต์หรือไม่ ยังไม่อาจทราบได้

แต่ที่ต้องทำแบบนี้ คาดว่าเพราะ VinFast มีเป้าหมายว่าพวกเขาจะต้องมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก และทำให้ชาวเวียดนามภาคภูมิใจในแบรนด์นี้ให้ได้

ถ้าตีตลาดโลกได้ ก็จะได้ใจชาวเวียดนาม และเมื่อครองใจชาวเวียดนามได้ พวกเขาก็จะมีโอกาสผลิตรถราคาถูกมาให้ประชาชนทั่วไปซื้อได้ง่ายขึ้น

Le Thi Thu Thuy ประธานบริษัท VinFast ได้กล่าวไว้ในงานเปิดตัวรถที่กรุงปารีสว่า

“ชาวเวียดนามจะรู้สึกภาคภูมิใจ เป็นเกียรติ และตื่นเต้น กับการที่ VinFast ตั้งใจที่จะก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จทั้งในเวียดนามและในโลก”

 

 

ไม่เพียงแค่นั้น เมื่อไม่กี่วันก่อน Nguyen Xuan Phuc นายกฯ ของเวียดนาม ก็ได้ทำการทัวร์โรงงานของ VinFast เหมือนเป็นสัญลักษณ์ว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนค่ายรถแห่งชาตินี้เต็มกำลัง

เขาหวังอยากให้ VinFast กลายเป็นแบรนด์ที่นิยมไปทั่วโลกเคียงข้างรถจากญี่ปุ่นและเยอรมนี

พร้อมกับกล่าวประโยคเด็ดว่า “สิ่งที่ชาวโลกประเทศอื่นๆ ทำได้ ชาวเวียดนามก็สามารถทำได้!!”

 

Nguyen Xuan Phuc นายกรัฐมนตรีของเวียดนามกับการเยี่ยมชมโรงงาน VinFast

 

อนาคตของ VinFast จะเป็นอย่างไร!?

หลังจากที่รอคอยมาสักพัก ในที่สุดวันที่ 17 มิถุนายนนี้ รถ VinFast จะได้ออกมาโลดแล่นบนถนนในเวียดนามอย่างเป็นทางการแล้ว

เพราะถึงกำหนดการส่งมอบรถยนต์ล็อตแรก ที่มียอดสั่งจองกว่า 10,000 คัน

และจะไม่หยุดแค่หลักหมื่นแน่ๆ

เพราะบริษัทมีกำหนดที่จะสร้างรถออกมาจำนวน 250,000 คันต่อปี ในเฟสแรก และ 500,000 ต่อปี ในเฟสที่สอง ซึ่งจะเริ่มในปี 2025

และ VinFast ไม่ได้เล็งทำตลาดแค่ในประเทศ อย่างที่พวกเขาพูดเอาไว้ว่าต้องการจะเป็นแบรนด์ระดับโลก

 

เมื่อเดือนเมษายน มีข่าวรายงานออกมาว่า VinFast เตรียมที่จะไปทำตลาดในประเทศรัสเซียอีกประเทศหนึ่ง

จะเห็นได้ว่าพวกเขามีความตั้งใจอย่างมาก ที่จะขึ้นมาเทียบชั้นชาติในเอเชียด้วยกันอย่าง ญี่ปุ่น และเกาหลี ที่มีแบรนด์รถในชาติของตัวเอง

แต่กว่าจะถึงจุดนั้น มันต้องใช้เวลา และการสั่งสมประสบการณ์มากพอสมควร

กว่าที่บริษัทซึ่งไม่มีชื่อเสียงอะไรเลย จะสามารถก้าวไปเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถที่มีชื่อเสียง และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า

อาจจะกินเวลา 10 ปี 20 ปี หรืออาจจะยาวนานกว่า 50 ปีเลยก็ตามที

VinFast จะสามารถขึ้นมาเป็นแบรนด์ระดับโลกตามที่พวกเขาวางแผนเอาไว้ และกลายเป็นความภาคภูมิใจของชาวเวียดนามได้หรือไม่??

ก็เป็นเรื่องน่าสนใจอย่างยิ่งที่จะต้องติดตามดูกันต่อไปในอนาคต และเวลาเท่านั้นจะให้คำตอบได้…

 

แหล่งอ้างอิง: channelnewsasia, vnexpress, motor1, vinfast

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...