สรุปคดีอื้อฉาว “Volkswagen โกงค่าไอเสีย” ถึงขั้นสั่งปรับแสนล้าน-พนักงานติดคุก!!

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักข่าว Reuters รายงาน อัยการเยอรมนีสั่งฟ้อง Rupert Stadler อดีต ซีอีโอของ Audi ในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายรถที่ติดตั้งซอฟท์แวร์เพื่อโกงค่าไอเสียของ Volkswagen

ข่าวดังกล่าว ทำให้คดี Dieselgate คดีโกงค่าไอเสียในเครื่องยนต์ดีเซลอันอื้อฉาวของ Volkswagen กลับมาปรากฎบนหน้าสื่ออีกครั้ง หลังจากมันได้สั่นสะเทือนวงการรถยนต์ในช่วงหลายปีก่อน

แม้จะผ่านมานานแล้ว แต่จนถึงวันนี้ คดีความของ Volkswagen ในประเทศบ้านเกิด ยังคงอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวน และไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด

หากใครที่ไม่ได้ติดตามข่าวคราวมาตั้งแต่แรก อาจจะยังงงๆ ว่า เรากำลังพูดถึงอะไรกันอยู่??

อะไรคือคดี Dieselgate และมันสั่นสะเทือนวงการรถยนต์มากแค่ไหน??

ซึ่งเราจะขอสรุปแบบเข้าใจรวดเดียวในบทความนี้ครับ…

 

 

จุดเริ่มต้นของเรื่องราว…

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2008 ค่ายรถจากเมืองเบียร์ได้นำเสนอเครื่องยนต์ดีเซลแบบใหม่ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบรับกับมาตรฐานการปล่อยไอเสียของยุโรปในขณะนั้น

หลังจากที่ทำตลาดได้ไม่นาน เครื่องดีเซลพลังสะอาดของ Volkswagen ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะที่สำหรัฐอเมริกา จนชนิดที่ว่าได้รับรางวัลทางด้านสิ่งแวดล้อม และได้รับการลดภาษีอีกด้วย

แต่แล้วไม่นานเรื่องราวก็กลับตาลปัตร เครื่องดีเซลพลังสะอาดของ Volkswagen ก็กลายเป็นผู้ร้าย…

 

 

– เดือนพฤษภาคมปี 2014 นักวิจัยจากรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา พบรถ 2 รุ่นของ Volkswagen ที่มีการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ เกินกว่ามาตรฐานที่ทางสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐ (EPA) กำหนดไว้มากถึง 35 เท่า!!

และนั่นก็นำมาสู่ความเสียหายหลายล้านบาทที่ค่ายรถจากเยอรมนีต้องรับผิดชอบ

 

– หลังงานวิจัยชิ้นดังกล่าวถูกตีพิมพ์ วันที่ 18 กันยายน 2015 ทาง EPA ได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง และพบว่ารถยนต์ของ Volkswagen และ Audi ในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ที่ผลิตระหว่างปี 2009-2015 นั้น

มีการปล่อยค่าไอเสียเกินมาตรฐานจริง และมีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อโกงการตรวจสอบค่าไอเสียอีกด้วย

 

–  4 วันต่อมา Martin Winterkorn CEO ของ Volkswagen ณ เวลานั้น ออกมายอมรับว่ามีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อโกงค่าไอเสียในรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลจริง และรถที่ติดอุปกรณ์ดังกล่าวถูกจำหน่ายไปถึง 11 ล้านคันทั่วโลก!!

อุปกรณ์ที่ว่านั้นก็คือ ซอร์ฟแวร์ซึ่งจะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยังคงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ แต่ปล่อยค่าไอเสียน้อยลง เพื่อหลอกการทดสอบค่าไอเสียในห้องแลป

แต่ทว่าในการใช้งานจริงรถเครื่องยนต์ดีเซลของพวกเขากลับปล่อยค่าไอเสียมากกว่ามาตรฐานหลายสิบเท่า

 

Martin Winterkorn อดีต CEO ของ Volkswagen

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายให้กับ Volkswagen อย่างหนัก และหลังกลายเป็นข่าว ทุกสิ่งทุกอย่างก็ถาโถมเข้าใส่ค่ายรถจากเยอรมนีรายนี้….

 

เฮอริเคนถล่มที่ Volkswagen

– ในปี 2015 Volkswagen เรียกคืนรถหลายล้านคันที่จำหน่ายออกไป เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น โดยทางค่ายได้ตั้งเงินทุนสำรองไว้สำหรับจ่ายค่าชดเชยทั้งสิ้น 179,000 ล้านบาท

ทำให้พวกเขาขาดทุนถึง 85,000 ล้านบาท เป็นการขาดทุนอย่างหนักที่สุดในรอบ 15 ปี

 

– ต่อมาวันที่วันที่ 16 มิถนายน 2016 Volkswagen ถูกศาลสหรัฐตัดสินให้จ่ายค่าชดเชยแก่ลูกค้า และรัฐบาลสหรัฐเป็นเงินถึง 518,000 ล้านบาท!!

 

Audi A3 รุ่นที่ผลิตระหว่างปี 2010-2013 และ 2015

 

– ลูกค้าในสหรัฐที่ซื้อรถที่มีปัญหาสามารถเลือกขายรถคืนให้กับ Volkswagen หรือนำรถเข้าปรับปรุงค่าไอเสียให้ได้ตามมาตรฐานที่ศูนย์บริการ

 

โดยรายละเอียดของการซื้อคืนและการปรับปรุงค่าไอเสียมีดังนี้

– ทางค่ายต้องรับซื้อคืนโดยใช้ราคาของรถในปี 2015 เป็นตัวตั้ง หักลบกับค่าออปชั่นต่างๆ และระยะทางลูกค้าใช้ไป

– สำหรับลูกค้าที่ซื้อแบบผ่อน ทางค่ายต้องใช้หนี้แทน ไม่เกิน 130% ของราคารับซื้อคืน

– รัฐแคลิฟอร์เนียสั่งให้ Volkswagen ต้องเรียกคืนรถไม่ต่ำกว่า 85% ของรถที่มีปัญหา

– ส่วนลูกค้าที่ต้องการใช้รถต่อ ทางค่ายต้องปรับปรุงค่าไอเสียให้ได้ตามมาตรฐานที่ศูนย์บริการ และขยายระยะเวลาการรับประกัน

 

Volkswagen Jetta รุ่นปี ปี 2009-2015 หนึ่งในรถที่มีการโกงค่าไอเสีย

 

การฟ้องร้อง Volkswagen เกี่ยวกับกรณีอื้อฉาวในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ที่สหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ที่แคนาดาเองพวกเขาก็ไม่รอด รวมทั้งหน่วยงานสิ่งแวดล้อมจากประเทศอื่นๆ ที่มีการจำหน่ายรถรุ่นที่มีปัญหา ก็ด้วยเช่นกัน

ความเสียหายครั้งใหญ่นี้ไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ หากไม่มีคนวงในเข้ามาเอี่ยว และเมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงการฟ้องร้องเป็นมูลค่ามหาศาล มีหรือที่ผู้เกี่ยวข้องจะลอยนวล…

 

2017 เริ่มเช็คบิล

– วันที่ 25 สิงหาคมปี 2017 James Robert Liang วิศวกรของ Volkswagen วัย 63 ปีคือพนักงานคนแรกที่ถูกศาลสหรัฐตัดสินจำคุก

เขาถูกศาลแขวงสหรัฐพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 3 ปี และปรับเงินจำนวน 613,000 บาท เนื่องจากปล่อยให้มีการผลิตรถที่ติดตั้งซอร์ฟแวร์โกงค่าไอเสียถึง 600,000 คัน

ทางด้านทนายความของ Liang ให้สัมภาษณ์ว่าลูกความของเขาทำไปเพื่อรักษาตำแหน่ง เนื่องจากมีภาระหน้าที่ต้องดูแลครอบครัว

 

James Robert Liang วิศวกรของ Volkswagen วัย 63 พนักงานคนแรกที่ถูกดำเนินคดี

 

– 4 เดือนต่อมา Oliver Schmidt ผู้จัดการทั่วไปฝ่านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมของ Volkswagen ในสหรัฐ (หัวหน้าของ Liang) ถูกพิพากษาจำคุก 7 ปี และปรับสูงสุดถึง 12 ล้านบาท

 

– วันที่ 3 พฤษภาคม 2018 Martin Winterkorn อตีด CEO ของ Volkswagen ถูกศาลสั่งฟ้อง

ในคำสั่งฟ้องระบุว่า Winterkorn และผู้บริหารระดับสูงหลายคน รู้ว่าเครื่องยนต์ดีเซลของพวกเขากำลังมีปัญหา และจะถูกระงับการรับรองค่ามลพิษ จึงได้อนุมัติการติดตั้งซอร์ฟแวร์เพื่อโกงการทดสอบ

ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบหลักฐาน หากผิดจริงอตีด CEO รายนี้อาจถูกสั่งจำคุกถึง 10 ปี

 

– 18 มิถุนายน 2018 Rupert Stadler อดีต CEO ที่ทำงานกับ Audi มานานกว่า 10 ปี ถูกจับที่ประเทศเยอรมนี และถูกควบคุมตัวนาน 4 เดือน ก่อนได้รับการประกันตัว

ล่าสุดทางอัยการเยอรมนีได้ตั้งข้อหาว่า Stadler มีส่วนพัวพันการบิดเบือนค่ามลพิษของ Volkswagen ซึ่งหากผิดจริงเขาจะถูกตัดสินจำคุก 5 ปีด้วยกัน

 

Rupert Stadler อดีต CEO

 

แม้จนถึงวันนี้ คดีความของ Volkswagen จะยังเดินทางมาไม่ถึงบทสรุป แต่ผลของคำตัดสินต่างๆ ที่ออกมาก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องที่เกิดขึ้นเท่านั้น

ยังมีอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นก็คือ อะไรเป็นสาเหตุของเรื่องราวทั้งหมดนี้ และบางทีก็อาจจะเป็นอย่างที่ทนายความของ Stadler ให้สัมภาษณ์กับสื่อที่ว่า

“ทั้งหมดนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของเหล่าพนักงาน บริษัท ผู้ถือหุ้น…” 

และนั่นก็เพื่อผลประโยชน์ของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ได้คิดถึงผลที่จะตามมาแต่อย่างใดเลย…

 

 

ที่มา citylab, forbes, theguardian, nytimes

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!