เปิดตำนาน “โฟล์คเต่า” รถที่เกิดจาก “ฮิตเลอร์” ก่อนจะกลายเป็น ตำนานรถคลาสสิกตลอดกาล

“รถโฟลค์เต่า” ถูกปิดไลน์การผลิตอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2019 ที่ผ่านมา

คุณอาจจะไม่รู้ว่า.. นั่นว่าเป็นการปิดตำนานกว่า 80 ปี ที่รถคันนี้ได้เกิดขึ้นมาบนโลก

คุณอาจจะไม่รู้ว่า.. ต้นกำเนิดของมัน คือชายที่หลายคนรู้จักกันในชื่อของอาชญากรสงคราม “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์”

และยังมีอีกหลากเรื่องราวของเจ้า Volksvagen Beetle หรือที่เราเรียกกันว่า “โฟล์คเต่า” อีกหลากหลายแง่มุม

MagCarZine ขอพาผู้อ่านทุกคนไปเปิดตำนานกันในบทความนี้ครับ..

 

 

เกิดจาก “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์”

จะบอกว่า อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำของพรรคนาซีที่ปกครองเยอรมันอยู่ในช่วงเวลานั้น เป็นคนที่ทำให้เกิดรถเต่าขึ้นมาก็ไม่ผิดนัก

เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อปี 1934 ในขณะนั้นรถยนต์มีราคาสูงมาก แถมเยอรมนีก็มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ การที่ชาวเยอรมันชนชั้นกลางไปจนถึงล่างจะมีรถยนต์ขับนั้นเป็นไปไม่ได้เลย

 

เฟอร์ดินานด์ พอร์เชอ นักประดิษฐ์รถยนต์ชั้นแนวหน้าของเยอรมนี ผู้ให้กำเนิดแบรนด์ Porsche

 

ในยุคนั้น.. ฮิตเลอร์นั้นมีความชื่นชม เฮนรี่ ฟอร์ด (ผู้ก่อตั้ง Ford) อยู่เป็นทุนเดิมแล้ว จากการที่ค่ายรถอเมริกันสามารถผลิตรถยนต์ออกมาเป็นจำนวนมาก ให้ชาวอเมริกันมีรถขับกันทั่วไปตามท้องถนนได้

จากรายงานของ Detroit News ในปี 1931 เผยว่าฮิตเลอร์เปรียบฟอร์ดเหมือนเป็นแรงบันดาลใจ เขากล่าวกับนักข่าวว่า

“ผมจะทำให้ดีที่สุดในการนำทฤษฏีของฟอร์ดมาใช้จริงในเยอรมนี”

ฮิตเลอร์ ชื่นชมฟอร์ดถึงขนาดที่มีรายงานว่าในออฟฟิศของฮิตเลอร์มีรูปของฟอร์ดตั้งเอาไว้

และทั้งนี้ หลังฮิตเลอร์ได้รับตำแหน่งผู้นำของประเทศ ก็มีการมอบเหรียญเกียรติยศจากนาซีให้กับเฮนรี ฟอร์ด ในปี 1938 อีกด้วย

 

พอร์เชอ นำเสนอ Volkswagen Type 1 ให้แก่ ฮิตเลอร์ และนายทหารนาซีคนอื่นๆ

.

เฮนรี ฟอร์ด กับการรับเหรียญเกียรติยศจากนาซี

 

เพื่อเติมเต็มแนวคิดของตัวเองและเดินตามรอยฟอร์ด ฮิตเลอร์ จึงสั่งให้พอร์เชอ ทำการคิดค้นรถที่จะมาเป็นรถที่ชาวเยอรมันขับกันทั่วไปบนท้องถนนขึ้นมาบ้าง

โดยตั้งเงื่อนไขว่ารถที่สร้างขึ้นมาจะต้องวิ่งได้ด้วยความเร็วได้ถึง 100 กม./ชม. และสามารถบรรทุกผู้ใหญ่ 2 คน และเด็ก 3 คนไปถึงจุดหมายได้

 

นาย เฟอร์ดินานด์ พอร์เชอ (ผู้ก่อตั้ง Porsche) นักประดิษฐ์รถยนต์ฝีมือดีในขณะนั้น จึงเสนอแนวคิดที่จะสร้างรถยนต์ให้คนในประเทศเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ด้วยราคาที่ถูกลง และเป็นรถยนต์หลายที่นั่ง เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

หลังรับคำสั่งมา พอร์เชอก็ใช้เวลาราวๆ 4 ปีสร้างรถตัวต้นแบบขึ้นมาทดลอง ลองผิดลองถูกอยู่สักพัก สุดท้ายก็มาลงตัวในปี 1938

สมาคมแรงงานเยอรมัน (German Labour Front) ภายใต้คำสั่งของฮิตเลอร์ก็ไม่รอช้า ก่อตั้งโรงงาน Volkswagen ขึ้นมาที่เมือง Wolfsburg ในทันที

โดยมีหมายให้ Volkswagen เป็นผู้ผลิต พัฒนา รวมถึงทำหน้าที่จัดจำหน่าย Volkswagen Type 1 หรือก็คือ “รถโฟลค์เต่า” รถที่พอร์เชอได้สร้างขึ้นมา

Volkswagen นั้นมีความหมายว่า “รถของคนทั่วไป” (Volk แปลว่า ‘คน’ ส่วน Wagen แปลว่า ‘รถ’ ในภาษาเยอรมัน)

ตามคอนเซปต์ที่ฮิตเลอร์และปอร์เชอร์ได้วางเอาไว้ว่ามันจะต้องกลายเป็นรถที่ประชาชนคนทั่วไปในเยอรมนี สามารถหาซื้อมาขับได้นั่นเอง

 

ภาพพิธีเปิดเปิดโรงงาน Volkswagen ในปี 1938

 

ผ่านร้อนผ่านหนาว ก่อนแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว

VW Type 1 คันแรกได้เกิดขึ้นมาในปี 1938 แต่ถึงอย่างนั้น กว่าที่มันจะถูกจัดจำหน่ายให้คนทั่วไปมีโอกาสใช้ก็ต้องรอไปถึงปี 1945

เหตุเป็นเพราะ สงครามโลกครั้งที่สอง (WW2) ได้ประทุขึ้นมาในปี 1939 ทำให้การผลิต VW Type 1 ต้องหยุดลงทันที เพื่อไปผลิตยุทโธปกรณ์ในสงคราม

สงครามได้สิ้นสุดลงในปี 1945 และอย่างที่เรารู้กันว่าเยอรมนีเป็นฝ่ายแพ้สงคราม ทำให้โรงงาน VW ได้ตกไปเป็นของอเมริกาในที่สุด

ทางอเมริกาได้เสนอว่าให้ค่าย Ford ที่ตอนนั้น เข้ามาควบกิจการของ VW

แต่กลับกลายเป็นว่าผู้บริหารรุ่นที่สองของค่ายรถอเมริกัน ได้ปฏิเสธข้อเสนอที่ยื่นเข้ามา (โดยที่ไม่รู้เลยว่าได้ทิ้งโอกาสครั้งใหญ่ไป)

เมื่อ Ford ทิ้งข้อเสนอไป อเมริกาจึงยกสิทธิ์การควบคุมโรงงาน VW ไปให้กับอังกฤษแทน

อังกฤษมองเห็นโอกาสว่าเจ้ารถเต่าคันนี้จะช่วยให้ภาวะเศรษฐกิจหลังจากที่เยอรมันแพ้สงคราม ให้กลับมาดีขึ้น พวกเขาจึงส่งคนให้มาควบคุมกิจการของ VW ที่เมือง Wolfsburg

คนที่ได้รับหน้าที่นี้คือ พันตรี อิวาน เฮิร์ส นายทหารและวิศวกรชาวอังกฤษ ภารกิจของเขาคือการชุบชีวิต VW ขึ้นมาให้ได้

หน้าที่แรกที่เฮิร์สสั่งให้พนักงานทำ คือการเก็บกู้ระเบิดออกจากโรงงาน เพื่อฟื้นสภาพโรงงาน

และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ.. กลับมาเปิดไลน์การผลิต VW Type 1 อีกครั้ง

 

ภายในโรงงาน Volkswagen

 

พันตรี อิวาน เฮิร์ส (ใส่แว่น) ชายผู้เป็นบิดาของรถเต่า

 

หลังกลับมาฟื้นฟูโรงงานและกลับมาผลิตรถเต่าอีกครั้ง เมื่อสิ้นสุดปี 1946 VW สามารถผลิตรถเต่าออกมาได้ 10,020 คัน

และในปีต่อมา รถก็ถูกนำไปเผยโฉมเป็นครั้งแรกในงาน Hannover Fair ที่จัดขึ้นที่เมืองฮันโนเวอร์ประเทศเยอรมนี เตรียมวางจำหน่ายในประเทศ

และในงานนั้นเอง Ben Pon นักธุรกิจชาวดัตช์ได้ถูกใจรถเต่าเข้า เขาจึงมีแนวคิดว่าจะเป็นผู้นำเข้ารถเต่าไปขายที่เนเธอร์แลนด์

ปรากฏว่ากระแสตอบรับต่อรถเต่านั้นดีเกินคาด มันขายดีเป็นเทน้ำเทท่าทั้งในประเทศและนอกประเทศ

ในปี 1951 พวกเขาผลิตรถเต่าออกมาได้ 93,709 คัน (และมีจำนวนถึง 35,742 คันที่ถูกส่งออกไปกว่า 29 ประเทศ)

แต่ผ่านไปแค่ 2 ปี บริษัทเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด มีรถเต่ากว่า 500,000 คันถูกผลิตออกมาขายและส่งออกไปทั่วโลก

VW Beetle ทำยอดขายได้ถล่มทลาย และพันตรี อิวาน เฮิร์ส ก็ได้กลายมาเป็นบิดาแห่งรถเต่าในภายหลัง

จากเดิมที่ฮิตเลอร์ต้องการให้รถคันนี้วิ่งอยู่ทั่วไปในเยอรมัน ตอนนี้มันได้กลายเป็นรถยอดฮิตทั่วโลกไปแล้ว

 

.

volkswagen all car models in Amazing Afbeeldingen van Volkswagen Beetle 1938 to 2013 Model Chart by JetRanger

 

ทุกสิ่งย่อมไม่จีรัง ความสำเร็จไม่ได้อยู่เหนือกาลเวลา..

จากที่รถเต่าถูกตั้งใจให้กลายเป็นรถของคนทั่วไป มันได้กลายเป็นมากกว่านั้นเรียบร้อย

รถเต่าได้กลายเป็นหนึ่งใน “รถคลาสสิก” ตลอดกาลของโลก

นับตั้งแต่ปี 1938 มาจนถึงปัจจุบัน มีรายงานว่ารถเต่าได้ถูกขายไปทั้งหมดถึง 21.5 ล้านคันทั่วโลก

แต่ก็เป็นความคลาสสิกของมันเอง ที่ทำให้รถเต่าต้องถูกปิดไลน์ผลิตของรถรุ่นปัจจุบันไป

ความคลาสสิกอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะดึงดูดคนรุ่นเก่าให้ซื้อรถเต่าที่ทำออกมาขายในรุ่นหลังๆ ขณะที่คนรุ่นใหม่ในยุคนี้ ก็ไม่ได้สนใจมันอีกแล้ว

มันไม่ได้มีจุดเด่นอย่างอื่น ทั้งสมรรถนะ การใช้งาน ความประหยัด เทียบกับรถยอดนิยมในตลาดทั้งจากยุโรปและจากเอเชียเลย มันก็เลยสู้ไม่ได้ในที่สุด

รถเต่า กลายเป็นความคลาสสิกที่สู้ในโลกยุคใหม่ไม่ได้ ต้องยอมพ่ายแพ้แก่กระแสของการเปลี่ยนแปลง

แล้วมันก็ต้องยุติการผลิต ปิดตำนานกว่า 80 ปีลงในที่สุด….

 

 

แหล่งที่มา: forbes, fastcompany, spartacus-educationa, vwheritage

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...