เชื่อว่าผู้ที่ติดตามข่าวสารจากวงการยานยนต์จะต้องเคยเห็น “คอนเซปต์คาร์” จากค่ายรถหลายๆ ค่าย ผ่านตากันมาบ้าง

คอนเซปต์คาร์ มักจะเป็นรถที่มีดีไซน์ล้ำยุคและแปลกตาไปจากรถยนต์ที่จะเห็นได้ทั่วไปบนท้องถน

นอกจากดีไซน์แล้ว ค่ายรถมักจะใส่เทคโนโลยีสุดล้ำเอาไว้ในคอนเซปต์คาร์อีกด้วย

และในทุกๆ ปี โดยเฉพาะในงานจัดแสดงรถที่จัดขึ้นรอบโลก ค่ายรถก็มักจะนำคอนเซปต์คาร์ของพวกเขามาโชว์ตัวอยู่เป็นประจำ เหมือนเป็นการอวดรถเหล่านั้น

แต่เคยสงสัยกันไหมว่า เหตุใดค่ายรถยนต์ทั้งหลายถึงได้ทุ่มเงินหลายล้าน สร้างรถเหล่านี้ขึ้นมา ทั้งๆ ที่มันไม่ได้ถูกวางจำหน่ายและสร้างกำไรให้พวกเขาเลย…!?

 

ตัวอย่างของรถประเภทคอนเซปต์คาร์

BMW Vision M NEXT คอนเซปคาร์ Plug-in Hybrid ดีไซน์สุดล้ำมาพร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติ

.

Concept-i รถยนต์ไฟฟ้าหน้าตาล้ำยุคจาก Toyota

 

เหตุผลแรก เพื่อใส่ “ไอเดีย” ใหม่ๆ เข้าไป แม้มันจะไม่ได้เงินก็เถอะ

บางครั้ง ค่ายรถอาจจะมีแนวคิดใหม่ๆ อยากจะใส่เข้ามาในรถยนต์ จึงได้ทำการวิจัยและพัฒนาโครงการขึ้นมา อย่างเช่น ระบบไร้คนขับที่สมบูรณ์แบบ 100%

แต่ครั้นจะใส่เข้าไปในรถที่วางขายอยู่ในปัจจุบันมันก็อาจจะเร็วเกินไปกับตลาดในปัจจุบัน อาจจะไม่มีความจำเป็น คนยังไม่ค่อยใช้ระบบนั้นกันอย่างแพร่หลาย

และที่สำคัญ.. จะเป็นการไปเพิ่มต้นทุนทำให้รถมีราคาแพงขึ้น พอรถแพง ก็ขายได้น้อยลงไปอีก

คอนเซปต์คาร์จึงเป็นเหมือนรถที่เปิดโอกาสให้ค่ายรถได้ทดลองใส่เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปนั่นเอง

และไอเดียใหม่ๆ บางครั้งก็อาจจะไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ๆ เสมอไป แต่รวมถึง “ดีไซน์” ด้วย

การจะออกแบบรถยนต์หนึ่งคัน ค่ายรถต้องคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายที่จะขายเป็นหลัก และต้องเอกลักษณ์ของแบรนด์เอาไว้ด้วย

แต่สำหรับคอนเซปต์คาร์ ค่ายรถสามารถออกแบบมาได้อย่างอิสระ ได้ทดลองอะไรใหม่ๆ โดยไม่ต้องคำนึงถึงเหตุผลข้อนึงที่ชอบกวนใจนักสร้างรถเสมอมา

นั่นก็คือ ไม่ต้องกังวลว่า “รถจะขายได้หรือไม่!?”

 

หรือ Renault Trezor คอนเซปต์คาร์ไฟฟ้าดีไซน์สุดล้ำที่สามารถเปิดหลังคาได้

 

Mercedes-Benz คอนเซปต์รถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายดาวสามแฉก

 

เพื่อสร้าง “ชื่อเสียง” ให้กับแบรนด์

ด้วยการที่คอนเซปต์คาร์ คือรถที่ถูกใส่ไอเดียและดีไซน์อันแปลกใหม่ที่หาไม่ได้จากรถยนต์ทั่วไปเข้าไป

ค่ายรถก็ต้องอยากพรีเซนต์ให้ทั่วโลกได้รับรู้ เพราะการลงทุนสร้างคอนเซปต์คาร์ขึ้นมาเก็บไว้เฉยๆ ก็คงไม่ใช่เรื่อง เราจึงได้เห็นคอนเซปต์คาร์ถูกนำมาโชว์ในงานมอเตอร์โชว์ใหญ่ๆ อยู่เสมอ

และรถประเภทนี้มักจะเรียกความสนใจจากสื่อได้อยู่มากทีเดียว คอนเซปต์คาร์ที่แปลกใหม่ จะทำให้คันนั้นถูกสื่อยานยนต์รายงานข่าวไปทั่วโลก

ประโยชน์ที่ค่ายรถได้ตามมาก็คือ ชื่อแบรนด์ของพวกเขาได้ถูกขยายไปในวงกว้างมากขึ้นนั่นเอง

อีกทั้ง คอนเซปต์คาร์ยังเป็นเหมือนตัวที่บอกต่อสาธารณะชนว่าค่ายรถจะเดินไปทางไหนในอนาคตอีกด้วย

 

Nissan Vision Gran Turismo คอนเซปต์รถยนต์ไฮบริดคันแรง

.

Renault EZ-Ultimo รถไร้คนขับสาธารณะ

 

เพื่อรองรับ “อนาคต” ข้างหน้า

Laurens van den Acker หัวหน้าฝ่ายออกแบบของค่าย Renault เคยให้สัมภาษณ์ตอนที่พวกเขาออกคอนเซปต์ของ Renault EZ-ULtimo รถไร้คนขับที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนแท็กซี่ เอาไว้ว่า

“รถคันนี้เป็นส่วนหนึ่งในวิสัยทัศน์ที่เราตั้งเอาไว้ รถคันนี้เกิดมาเพื่อ Smart City ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมาในอนาคต”

เมื่อตีความออกมาแล้ว ก็พบว่านี่คืออีกหนึ่งสาเหตุที่คอนเซปต์คาร์ได้เกิดขึ้นมา

คำพูดนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของค่ายที่ไม่ได้มองอยู่แค่ปัจจุบัน แต่ต้องมองไปถึงอนาคตด้วย

จะเห็นได้ว่า ค่ายรถบางค่ายนั้นแทบไม่ได้ทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจริงจังด้วยซ้ำ แต่พวกเขากลับออกรถยนต์คอนเซปต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าออกมา

สาเหตุก็เนื่องมาจาก เพื่อเป็นการเตรียมการสำหรับอนาคตข้างหน้า ที่เราทุกคนยังไม่รู้ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร

 

เพื่อให้เห็นภาพ.. สมมุติว่า ในอนาคตเกิดเหตุภาวะโลกร้อนอย่างหนัก ทำให้รถยนต์น้ำมันถูกแบนจากตลาดหลายๆ ประเทศ (ย้ำว่าสมมตินะครับ)

นั่นหมายความว่าทุกค่ายรถต้องปรับตัวมาขายรถยนต์ที่ใช้พลังงานสะอาดอย่างไฟฟ้า หรือไฮโดรแจน ที่ไม่ปล่อยไอเสียแทน

นี่จึงเป็นโอกาสที่ค่ายรถจะงัดเทคโนโลยีที่เคยใส่ไว้ในคอนเซปต์คาร์มาใช้ และขายให้กับคนทั่วไป

เพราะตอนที่รถคอนเซปต์ได้ออกมา เทคโนโลยีดังกล่าวอาจจะยังไม่เหมาะกับสถานการณ์ในตอนนั้น แต่ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ที่ว่าขึ้น มันก็ถึงเวลาแล้ว

ทั้งนี้ เรื่องของอนาคตที่ใครก็ไม่สามารถบอกได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้า

แต่การที่ค่ายรถได้ทดลองสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ก็เหมือนเป็นหลักประกันว่า… เมื่ออนาคตมาถึงแล้ว พวกเขาจะปรับตัวได้ทันและไม่ล้าหลังกว่าคู่แข่งรายอื่นนั่นเองครับ

 

DS X E-Tense คอนเซปต์รถยนต์ไฟฟ้า 1,360 แรงม้า ที่ใช้ช่วงล่างเดียวกับรถแข่ง Formula E

 

และสุดท้าย เพื่อเป็นการ “โยนหินถามทาง”

การจะตั้งไลน์ผลิตรถยนต์ออกมาขายหนึ่งคัน ต้องใช้เงินทุนมหาศาล

นั่นหมายความว่าหากจู่ๆ ตั้งไลน์ผลิตรถรุ่นใหม่ขึ้นมา แล้วปรากฏว่าขายไม่ออก นั่นก็ไม่ต่างอะไรกับหายนะ

ทั้งการขาดทุนตัวเงินเป็นล้านๆ เสื่อมเสียชื่อเสียงว่าขายรถไม่ออก รวมถึงอนาคตอันมืดมนของบริษัทและพนักงานอีกมหาศาล

การออกคอนเซปต์คาร์มาเช็คกระแสตอบรับก่อนก็เป็นอีกกลยุทธ์ที่ค่ายรถใช้กันจริงๆ

ตัวอย่างเช่น ในปี 2017 Honda ได้ทำการออกรถคอนเซปต์ซึ่งเป็นรถพลังงานไฟฟ้าคันเล็กออกมาในชื่อว่า Honda Urban EV

ปรากฎว่ากระแสของตัวรถออกมาดีเยี่ยมมากๆ ทั้งสื่อและบุคคลทั่วไป ต่างถูกใจในแง่ของงานออกแบบ และมีแนวโน้มว่าจะขายได้ดี

ในปี 2019 Honda จึงไม่รอช้า จับรถต้นแบบคันดังกล่าว มาพัฒนาต่อยอดเป็น Honda-e

ซึ่งตอนนี้ Honda-e กำลังทำตลาดเปิดให้จองกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วในยุโรป

และทาง Honda ก็นำเผยโฉมวิ่งโชว์ในงานเทศกาลโชว์รถของประเทศอังกฤษไปเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งคาดว่าพอวางขายจริงๆ ก็จะยิ่งได้เสียงตอบรับที่ดีไม่แพ้ช่วงจองเลยทีเดียว

 

Honda Urban EV คอนเซปต์คาร์ที่ถูกเผยโฉมในปี 2017

 

Honda-e รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังทำตลาดที่ยุโรปในปัจจุบัน

 

และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำไมค่ายรถยนต์ทั้งหลายถึงเลือกที่จะลงทุนเงินจำนวนมาก สร้างคอนเซปต์คาร์ขึ้นมา แม้ถ้ามองในแง่ของตัวเงินเพียวๆ มันจะเป็นเรื่องไม่คุ้มค่าก็ตาม

แต่หากมองในด้านอื่นประกอบด้วย เชื่อว่าประโยชน์ของมันนั้นมหาศาล ไม่เพียงแต่ประโยชน์ต่อค่ายดังกล่าว แต่ยังรวมถึงการเป็นแบบอย่างให้กับคู่แข่งในวงการยานยนต์ ได้มีแรงบันดาลใจ และงัดไอเดียมาแข่งด้วยเช่นกัน

ซึ่งหากต่างฝ่ายต่างพยายามแข่งขันกัน เชื่อว่าวงการก็จะยิ่งเติบโต และผลประโยชน์ก็จะย้อนกลับมายังผู้บริโภคอย่างเราๆ นั่นเองครับ…

 

หวังว่าบทความนี้จะไขข้อข้องใจของผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย

หากผู้อ่านชอบบทความจาก MagCarZine ก็อย่าลืมกดไลค์เพจในเฟซบุ๊กเพื่อไม่ให้พลาดบทความใหม่ๆ ที่ทีมงานคัดสรรและเรียบเรียงมาให้ผู้อ่านกันในทุกๆ วันเลยครับ

 

เรียบเรียงโดย: จิตริน พฤกษางกูร

Advertisement

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...