หลังจาก All-New Nissan Rogue (หรือ X-Trail ในตลาดประเทศไทย) โฉมใหม่โมเดลสำหรับปี 2021 ได้เปิดตัวออกมาที่สหรัฐฯ เมื่อกลางปีที่ผ่านมา

ล่าสุดรถได้เปิดราคาขายที่สหรัฐฯ ออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว

โดยมีราคาอยู่ที่ 25,650 ดอลลาร์ฯ (ราว 800,000 บาท) ในตัวเริ่มต้น ไปจนถึง 36,830 ดอลลาร์ฯ (ราว 1.15 ล้านบาท) ในรุ่นท็อปสุด Platinum ขับเคลื่อน 4 ล้อ

 

 

ราคาอย่างเป็นทางการ 2021 Nissan Rogue ที่สหรัฐฯ

 

แต่น่าเสียดายที่คนไทยจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับ All-New Nissan X-Trail ตามสหรัฐฯ แล้ว เนื่องจากเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา Nissan ประกาศยกเลิกทำตลาดรถ 3 รุ่นได้แก่ X-Trail / Sylphy / Teana

เท่ากับว่าเราจะไม่ได้เห็น All-New X-Trail มาขึ้นสายการผลิตและทำตลาดในไทยอย่างแน่นอนแล้ว ในอนาคตต่อจากนี้

 

วันนี้เราจึงขอนำข้อมูลของ X-Trail โฉมใหม่เจนที่ 3 มาให้ชมกันอีกครั้ง ด้วยความน่าเสียดายที่เราจะไม่ได้เห็นรถรุ่นนี้เข้าไทยกันครับ…

 

ในด้านของดีไซน์ Nissan ปรับให้ออกมาทันสมัยขึ้น มีการนำกระจังหน้าแบบ V-Motion 2.0 ที่เป็นดีไซน์ที่เราได้เห็นใน Nissan Kicks ที่เพิ่งเปิดตัวในบ้านเรา และจะเป็นดีไซน์หลักของ Nissan ในรถรุ่นใหม่ๆ ต่อจากนี้

อีกจุดที่เปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัดคือไฟหน้าที่แยกออกจากกัน โดยด้านบนเป็นไฟ Daytime และไฟเลี้ยว ส่วนไฟส่องสว่างนั้นอยู่ด้านล่าง

 

 

All-New X-Trail มีขนาดมิติตัวถังอยู่ที่ 4,648 x 1,839 x 1,699 มิลลิเมตร (ยาว x กว้าง x สูง) ระยะฐานล้อ 2,705 มิลลิเมตร

เมื่อเทียบกับโฉมก่อน รถจะมีขนาดที่เล็กลงกว่าเดิมเล็กน้อย โดยฐานล้อสั้นลง 2.54 มม. ขนาดรถเตี้ยลง 53.3 มม. และ ความยาวสั้นลง 43.2 มม.

รถนั้นถูกสร้างขึ้นจากพื้นฐาน CMF-C/D เวอร์ชั่นปรับปรุง ซึ่งเป็นพื้นฐานตัวเดียวกับ Sylphy โฉมใหม่ / Qashqai / Pulsar รวมถึงรถของค่าย Renault อีกหลายรุ่น

 

 

All-New Nissan X-Trail ติดตั้งเครื่องยนต์รหัส PR25DD ตัวใหม่ของค่ายที่เพิ่งนำมาใช้กับ Altima โฉมใหม่ที่เปิดตัวในอเมริกาปีก่อน

โดยเป็นเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 245 นิวตัน-เมตร

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า หรือ ขับเคลื่อน 4 ล้อ

 

อัตราบริโภคเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน EPA ที่สหรัฐฯ ทดสอบออกมาได้ดังนี้

ในเมือง: 11 กม./ลิตร (รุ่น FWD) และ 10.6 กม./ลิตร (รุ่น AWD)

บนทางด่วน (หรือนอกเมือง): 14.4 กม./ลิตร (รุ่น FWD) และ 13.6 กม/ลิตร (รุ่น AWD)

เฉลี่ยรวมกัน: 12.8 กม./ลิตร (รุ่น FWD) และ 11.9 กม./ลิตร (รุ่น AWD)

 

 

ภายในของรถ ติดตั้งมาตรวัดที่ใหญ่ขึ้น จาก 5 เป็น 7 นิ้ว ส่วนในรุ่นท็อปสุดนั้นจะได้มาตรวัดเป็นแบบดิจิตัลเต็มรูปแบบ 12.3 นิ้ว

ในส่วนของ Infotainment ก็ติดตั้งขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto

และในรถรุ่นท็อปสุดรุ่นย่อย Platinum เบาะนั่งจะเป็นแบบเบาะหนังลวดลายเพชรและมาพร้อมกับสีแทน สีพิเศษที่มีในรุ่นท็อปเท่านั้น

 

 

นอกจากนี้รถตัวท็อปยังมาพร้อมกับระบบ ProPilot Assist ตัวใหม่ที่เป็นรถบบเซ็นเซอร์ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

 

น่าเสียดายที่เราจะไม่ได้เห็น All-New X-Trail เข้ามาขายในไทย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะรถโฉมก่อนทำยอดขายได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาของเกียร์ที่เกิดกับรุ่น Hybrid

อีกทั้งยังมีคู่แข่งตัวเป้งในตลาด C-SUV อย่าง Honda CR-V อยู่ รวมถึงทางเลือกที่น่าสนใจทั้ง MG HS / Mazda CX-5 / Subaru Forester รวมถึงในอนาคตจะมีแบรนด์ Haval จาก Great Wall Motors เจ้ามาร่วมแจมอีก

นี่น่าจะเป็นเหตุผลทั้งหมดที่ทาง Nissan ยอมยกธงยอมแพ้กับตลาดนี้ไป ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเสียดายไม่น้อยเลยครับ…

 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

ที่มา : nissannews

 

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...